ผู้ว่าฯอุทัยธานีสั่งปิดชุมชนที่ 10 พุทธมงคลพัฒนา เร่งคุมไม่ให้เกิดคลัสเตอร์ใหญ่

ผู้ว่าฯอุทัยธานีสั่งปิดชุมชนที่ 10 พุทธมงคลพัฒนา เร่งคุมไม่ให้เกิดคลัสเตอร์ใหญ่ ตรวจเชิงรุกแล้วกว่า 200 ราย

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส 2019 (COVID-19) ในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี จนเสี่ยงต่อการที่จะเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ในเขตใจกลางเมืองอุทัยธานีขึ้น หลังพบผู้ติดเชื้อ และผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเป็นจำนวนมาก ในชุมชนที่ 10 พุทธมงคลพัฒนา บริเวณชุมชนหน้าวัดสังกัสรัตนคีรี (เขาสะแกกรัง สถานที่จัดงานสำคัญ อย่างงานประเพณีตักบาตรเทโว) จนทางจังหวัดต้องมีคำสั่งให้ปิดพื้นที่ชุมชนเป็นการชั่วคราว ห้ามผู้ใดเข้า-ออกจากพื้นที่ดังกล่าว เพื่อเป็นการป้องกันควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 เว้นแต่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ ทหาร นายอำเภอ หรือผู้ที่นายอำเภอมอบหมาย หรือผู้ที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อเท่านั้น โดยเบื้องต้นได้ทำการตรวจเชิงรุกไปแล้วกว่า 200 ราย และยังไม่พบว่าพระสงฆ์ที่วัดสังกัสรัตนคีรีนั้นติดเชื้อโควิด-19

โดย นายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุทัยธานี ได้ออกหนังสือ คำสั่งจังหวัดอุทัยธานี ที่ 2850/2564 เรื่อง ปิดพื้นที่ชุมชนเป็นการชั่วคราว โดยระบุว่า ด้วยปรากฏสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVD-19) ในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี พบผู้ติดเชื้อและมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในหมู่บ้านและชุมชนเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการป้องกันควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ไม่ให้มีการแพร่โรคออกเป็นวงกว้าง อาศัยอำนาจตามมาตรา 35 (3) แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุทัยธานี ตามมติที่ประชุม ครั้งที่ 20/2564 เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2564 ให้ดำเนินการในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี

 

ดังนี้ ข้อ 1 กำหนดปิดพื้นที่บางส่วนของ ชุมชนที่ 10 พุทธมงคลพัฒนา ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี ตามแผนที่แนบท้ายคำสั่งฉบับนี้เป็นการชั่วคราว โดยห้ามผู้ใดเข้าหรือออกจากพื้นที่ดังกล่าว เว้นแต่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ ทหาร นายอำเภอ หรือผู้ที่นายอำเภอมอบหมาย หรือผู้ที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ

ข้อ 2 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ อาจมีความผิดตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อนึ่ง เนื่องจากเป็นกรณีจำเป็นรีบด่วน หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงแก่สาธารณชนหรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้ตามมาตรา 30 วรรคสอง (1) และวรรคสามแห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2564 ถึงวันที่ 23 สิงหาคม 2564 ออกประกาศ คำสั่ง วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ.2564

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon