วันที่ 19 กันยายน นายสุทธิพงษ์ คล้ายอุดม นายอำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า หลังจากนายทวี นริสศริกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ลงนามในคำสั่งที่ 2415 / 2559 แต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ตรวจสอบกรณีการบุกรุกชายหาดในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน ความยาว 400 เมตร บริเวณริมถนนนเรศดำริห์ ตั้งแต่ศาลเจ้าแม่ทับทิมถึงสะพานปลาหัวหิน ตาม พรบ.ควบคุมอาคาร 2522 และศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดโดยให้ลงโทษปรับผู้บุกรุกจำนวน 11 ราย จาก 7 สำนวนคดี และให้มีการรื้อถอนอาคารออกจากพื้นที่ ล่าสุดได้สั่งการให้ปลัดอำเภอฝ่ายปกครองเข้าตรวจสอบเกสเฮ้าท์หลายแห่งในบริเวณดังกล่าว หากผู้ประกอบการเปิดให้เช่าพักรายวัน จะถือว่ามีความผิดตาม พรบ.โรงแรม 2547 เนื่องจากไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ
นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า นอกจากนั้นจะได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่สรรพากรอำเภอตรวจสอบมาตรการการเสียภาษี เพื่อติดตามการจ่ายภาษีย้อนหลังของร้านอาหารซีฟู้ดขนาดใหญ่ โรงแรมและร้านค้า รวมทั้งการจ่ายภาษีโรงเรือน ส่วนกรณีที่ผู้บริหารเทศบาลอ้างว่ากระทรวงมหาดไทยนำพื้นที่ดังกล่าวให้เอกชนเช่าระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่ปี 2534 นั้น เบื้องต้นพบว่าทางราชการไม่สามารถนำที่ดินสาธารณะประโยชน์ให้เอกชนเช่าได้ และ ต้องตรวจสอบว่าหลังจากมีการทำสัญญาเช่าแล้ว เทศบาลหัวหินมีการเก็บค่าเช่าหรือไม่ และตรวจสอบการออกเลขที่บ้านชั่วคราวเพื่อให้ผู้บุกรุกยื่นขออนุญาตใช้น้ำประปาและไฟฟ้าว่ามีความเหมาะสมหรือไม่
พ.ต.อ. บัญชา ปั้นประดับ รองผู้บังคับการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ( รอง ผบก.ปทส.) กล่าวว่า นอกจากจะมีการตรวจสอบอาคารบุกรุกชายหาด เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปทส.ในฐานะที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการตามคำสั่งดังกล่าว จะมีการตรวจสอบแนวหลักหมุดของกรมเจ้าท่าและแนวเขตที่ดินสาธารณะประโยชน์อย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากพบว่ามีสิ่งปลูกสร้างโรงแรมใหญ่แห่งหนึ่งปลูกสร้างอาคารในแนวที่ดินสาธารณะ และพบว่ายังมีผู้บุกรุกบางส่วนที่ยังไม่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย บางส่วนยังไม่มีการรื้อสิ่งปลูกสร้างตามอำนาจสั่งการของเจ้าพนักงานท้องถิ่นและเทศบาลหัวหินต้องคำนวณค่าปรับรายวันจากผู้บกรุกจนถึงปัจจุบันตามคำสั่งศาล

