นอภ.ท่าม่วง เผยโรงงานผลิตสายไฟ ติดเชื้อกว่า 600 คน ผู้ว่าฯ สั่งปิดโรงงานชั่วคราว

นอภ.ท่าม่วง เผยโรงงานผลิตสายไฟ ติดเชื้อกว่า 600 คน ขณะที่ผู้ว่าฯ สั่งปิดโรงงานชั่วคราวแล้ว พร้อมสั่งทำ Bobble & Seal เพื่อสกัดการระบาดสู่ชุมชน

 

เมื่อวันที่  23 ส.ค.64 นายฑรัท เหลืองสอาด นายอำเภอท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบโรงงานผลิตสายไฟ หมู่ 9 ตำบลพังตรุ อำเภอท่าม่วง มีความวิตกกังวลเรื่องของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในโรงงานดังกล่าว เนื่องจากพบว่ามีแรงงานติดเชื้อเป็นจำนวนมาก จึงหวั่นเกรงว่าจะแพร่เชื้อสู่ชุมชนได้ ตนจึงเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาพูดคุยทำความเข้าใจ ทั้งนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน และชาวบ้าน โดยมีผู้จัดการโรงงานมาร่วมหารือในครั้งนี้ด้วย เพื่อร่วมกันวางมาตรการแนวทางในการแก้ไขปัญหา โดยชาวบ้านต้องการให้ปิดโรงงานและเร่งตรวจหาเชื้อเชิงรุก รวมทั้งทำฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ และความสะอาด เพื่อความปลอดภัย

นายฑรัท กล่าวอีกว่า เบื้องต้นทางโรงงานจะเร่งทำการฆ่าเชื้อทั้งโรงงานทั้งนี้เมื่อประมาณสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางโรงงานได้ว่าจ้างบริษัทเอกชนมาทำการตรวจหาเชื้อในแรงงานทั้งหมดด้วยชุดตรวจ ATK และการตรวจ RT-PCR โดยพบว่า มีผู้ติดเชื้อประมาณ 600 คน จึงได้ดำเนินการตามมาตรการ สำหรับผู้ป่วยโควิดที่เป็นคนไทยได้เข้าทำการรักษาในสถานพยาบาล ทั้งที่โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่19 และโรงพยาบาลสนามด่านมะขามเตี้ย นอกจากนี้จำนวนหนึ่งแยกกักรักษาตัวที่บ้าน (HI)

นายฑรัท กล่าวต่อว่า มีการสอบสวนโรคผู้สัมผัสตามหลักสาธารณสุข พร้อมสั่งกักตัวและให้หยุดปฏิบัติงานซึ่งทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่โดยรอบโรงงาน รวมทั้งพนักงาน รู้สึกวิตกกังวล และไม่สบายใจ ทาง นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกาญจนบุรี จึงได้สั่งปิดบริษัท เอสอีดับเบิ้ลยูที กาญจนบุรี จำกัด เป็นการชั่วคราว โดยกำหนดปิดบริษัทไปจนกว่าจะดำเนินการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COV – 19) ให้กับพนักงานจนครบถ้วน แยกจำนวนผู้ติดเชื้อเข้ารับการรักษาเรียบร้อยตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเป็นการตัดวงจรการแพร่ระบาด ยกเว้น ในส่วนของขั้นตอนการผลิตที่ส่งผลกระทบต่อระบบงาน อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบการผลิตในภาพรวม หรือเกิดความเสียหายต่อวัตถุดิบคงค้าง ให้สามารถดำเนินการต่อไปได้ตามสมควร โดยจำกัดจำนวนแรงงานให้น้อยที่สุด

รวมทั้งมีการแยกพื้นที่ในส่วนที่มีความจำเป็นออกจากพื้นที่ส่วนใหญ่ให้ชัดเจน ทั้งนี้ ให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรค ตามมาตรการ D – M – H -T -T – A และข้อปฏิบัติด้านสุขอนามัยในเรื่องการคัดกรองผู้ติดเชื้อ การล้างมือ การสวมหน้ากากอนามัย หลักการของ Social Distancing ของกระทรวงสาธารณสุข โดยเคร่งครัด ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป


ในส่วนของแรงงานต่างด้าวทางโรงงานมีหอพักที่เป็นสัดส่วนอยู่ในโรงงาน จำนวน 1,200 ห้อง และด้านข้างโรงงานอีก 120 ห้อง ซึ่งมี รปภ.ดูแลตลอด 24 ชม. สำหรับแรงงานต่างด้าวที่ติดโควิดมีการรักษาและกักตัวในห้องพักที่แยกเป็นสัดส่วน มีแพทย์จาก รพ.สต.บ้านห้วยไร่ เข้าไปดูแล ทางโรงงานมียาฟ้าทลายโจร มีที่วัดออกซิเจน และที่วัดอุณหภูมิให้พร้อม และมีอาหารดูแลพนักงานทั้ง 3 มื้อ

ทั้งนี้ทางโรงงานจะทำการตรวจ ATK พนักงานทุกคนก่อนจะกลับเข้ามาทำงานอีกครั้ง โดย นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้สั่งการให้ดำเนินมาตรการ Bubble and Seal อย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นการควบคุมการระบาดในโรงงาน โดยทางโรงงานจะจัดหาที่พัก พร้อมอาหารทั้ง 3 มื้อให้กับแรงงานที่สมัครใจเข้าร่วมมาตรการดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับชุมชนโดยรอบโรงงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงงานดังกล่าวมีแรงงานทั้งหมด 3,334 คน แบ่งเป็นคนไทย 963 คน เมียนมา 2,367 คน และญี่ปุ่น 4 คน สำหรับผู้ป่วยติดเชื้อสะสม 635 ราย (ไทย 97 คน เมียนมา 538 คน) รักษาหาย 70 ราย (ไทย 5 คน เมียนมา 65 คน) ยังรักษาอยู่ 565 ราย ซึ่งจำนวนผู้ติดเชื้อของโรงงานนี้เป็นคนไทย จำนวน 92 คน ส่วนแรงงานต่างด้าว จำนวน 473 คน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon