หน้าแรก ภูมิภาค ปิดห้องให้คู่...

ปิดห้องให้คู่ขัดแย้งเปิดใจคุยปมลต.สภาวธ.กาฬสินธุ์ พ่อเมืองเซ็นตั้งกก.สอบ

19.09.16 | 15:50 น.

เมื่อวันที่ 19 กันยายน จากกรณีเครือข่ายวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ภาคเอกชน ออกมาเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีหรือประธาน คสช. ส่งยอดฝีมือเข้ามาตรวจสอบ ปัญหาภายในสภาวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ภายหลังจากที่เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2559 เกิดปัญหาในการปรึกษาหารือเพื่อคัดเลือกประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ คนใหม่ โดยระบุว่าเป็นการจัดตั้ง ที่ผิดระเบียบ และไม่เปิดกว้างให้บุคคลผู้มีความรู้ความสามารถ ซึ่งทางเครือข่ายอ้างว่าได้ทำการทักท้วงคัดค้านต่อนางพรพิมล คงตระกูล วัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ แต่ก็ยังมีการปล่อยให้มีการเลือกตั้ง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น. นายวินัย วิทยานุกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เรียกนางพรพิมล คงตระกูล วัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ นายชาญยุทธ โคตะนนท์ ว่าที่ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ นายนิมิต รอดภัย นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกาฬสินธุ์ ในฐานะเครือข่ายวัฒนธรรมภาคเอกชน เข้าพูดคุยปัญหา โดยผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้แนะนำให้ทั้งสองฝ่าย ร่วมกันหาทางออก เนื่องจากต่างฝ่ายได้ยกเหตุผลในการให้ข้อมูลต่อสื่อมวลชน จนนำไปสู่ความเสื่อมเสียชื่อเสียงของทางจังหวัด

จากนายวินัยได้เปิดโอกาสให้นายนิมิต รอดภัย เครือข่ายวัฒนธรรมภาคเอกชน นางพรพิมล คงตระกูล วัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ และนายชาญยุทธ์ โคตะนนท์ ว่าที่ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ปิดห้องคุยกัน เพื่อจบปัญหาภายใน โดยใช้เวลาในการพูดคุยประมาณ 40 นาที จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เข้าไปรับฟังผลการพูดคุย โดยสรุปว่าทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะให้ผลการคัดเลือกเป็นไปตามระเบียบ และถูกต้อง จึงมีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง

นายวินัยกล่าวว่า การพูดคุยถือเป็นสิ่งที่ดีและเป็นเรื่องที่น่าพอใจ โดยเฉพาะในกรณีปัญหาการร้องเรียนเพื่อให้ตรวจสอบ เนื่องจากเครือข่ายวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ภาคเอกชน เชื่อว่าการเลือกตั้งไม่โปร่งใส กระทำการผิดระเบียบ ซึ่งในส่วนของนางพรพิมล คงตระกูล วัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ชี้แจงว่า ทุกอย่างเป็นไปตามมติ ส่วนกรณีนายชาญยุทธ โคตะนนท์ ก็เป็นผู้ถูกเสนอชื่อให้ได้รับเลือกตั้ง ที่ยังค้านไปถึงการดำรงตำแหน่งหลายสมัย หรือแม้แต่ยังมีตำแหน่งที่พันไปสู่กระบวนการตรวจสอบ เพราะนายชาญยุทธ ยังมีตำแหน่งเป็นรองประธานธรรมาภิบาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ยังมีหน้าที่ในการตรวจสอบงบประมาณ เมื่อทั้งสองฝ่ายได้ยอมรับกติกาคือความถูกต้องและเพื่อความดีงามแล้ว

“ผมได้สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ในกรณีดังกล่าวโดยยืนจากต้นเรื่องนั้นคือการร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยจะให้มีคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบ 1 คณะ จะมีกรรมการ 3-5 คนที่เป็นส่วนราชการ จากนั้นก็จะทำการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบสวน ซึ่งก็คงจะต้องใช้เวลาไม่เกิน 180 วันตามระเบียบ ซึ่งแน่นอนว่า ทั้งสองฝ่ายก็จะยอมรับผลการสอบสวน โดยขั้นที่ 1 หากผลออกมาว่า การเลือกตั้งในที่ประชุมได้เป็นไปตามระเบียบใน พ.ร.บ.วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ.2553 แล้ว นางพรพิมล คงตระกูล วัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ก็จะเซ็นรับรองรายงานการประชุม ให้ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดและส่งไปยังสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ แต่ผลประการที่ 2 หากออกมาว่าขั้นตอนการคัดเลือกนั้นผิดระเบียบ ตาม พ.ร.บ.วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ.2553 นั้นผิดระเบียบ ก็ให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ จัดการคัดเลือกใหม่เพื่อให้ตรงตามระเบียบ ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะยุติปัญหาโดยไม่มีการร้องเรียนกันอีกไม่ว่าจะเกิดผลการสอบสวนในกรณีใดๆ” นายวินัยกล่าว

Advertisement

นายวินัยกล่าวต่อว่า เรื่องนี้ถือเป็นสิ่งที่ดีในกระบวนการทำงานขับเคลื่อนประเทศไทยเพราะในขณะนี้ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีหรือประธาน คสช. ได้มุ่งเน้นการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพ ต้องมีหลักธรรมาภิบาล มีการบูรณาการเพื่อพัฒนาประเทศร่วมกัน แน่นอนว่าทุกคนมีเหตุผล แต่ต้องขึ้นอยู่บนความถูกต้อง กับมโนสำนึกของคนที่จะเข้ามาเป็นตัวแทนขององค์กรต่างๆ โดยเฉพาะกรณีนี้ถือเป็นกรณีตัวอย่างที่ถือว่าแนวทางการผลักดันด้านประชารัฐทำให้ประชาชนได้เรียนรู้และเข้ามาตรวจสอบการทำงานของกลุ่มองค์กรหรือแม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐมากขึ้น