วันที่ 19 กันยายน นายอำนาจ โชติช่วง สมาชิกองค์การบริหารจังหวัดสุราษฎร์ธานี เขตเกาะสมุย ลงพื้นที่ตรวจสอบที่หินตาหินยาย ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี หลังจากที่มีผู้โพสต์รูปภาพชายหญิงคู่หนึ่งนอนกอดก่ายกันบริเวณหินตาหินยายแบบไม่แคร์สายตาของนักท่องเที่ยวคนอื่นที่เดินชมความงดงามของธรรมชาติอยู่บริเวณนั้น โดยนายอำนาจ เปิดเผยว่า รู้สึกเป็นห่วงและกังวลกับเรื่องตรงนี้มาก เพราะว่าหินตาหินยายกับเกาะสมุยนั้นเป็นสิ่งที่คู่กัน เราใช้หินตาหินยายเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักเป็นการประชาสัมพันธ์เกาะสมุย หินตาหินยายซึ่งถือว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่เชิดหน้าชูตา และเป็นที่นับถือของคนสมุย
“ในวันนี้เราเห็นสิ่งที่ไม่ดีเกิดขึ้นจากการประพฤติปฎิบัติที่ไม่ดีและไม่เหมาะสม ในเรื่องของการพลอดรัก การปืนขึ้นไปบนหินตาทำให้ชาวสมุยรับไม่ได้ ต้องมีการแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก และที่มาในวันนี้เพื่อที่จะหาทางปรับปรุงแก้ไขร่วมกับเทศบาบนครเกาะสมุยในเรื่องของการทำป้ายสัญลักษณ์ ทำป้ายประชาสัมพันธ์ ป้ายห้าม ป้ายเตือน เพื่อให้ผู้ที่มาเที่ยวคำนึ่งสิ่งที่จะทำต้องมีความเหมาะสมด้วย เราในฐานะตัวแทนชาวสมุยและพึ่น้องชาวสมุย ขอฝากไว้ว่าถ้านักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่หินตาหินยายขอให้ปฎิบัติและยึดถือแหล่งท่องท่องเที่ยวนี้ว่าเป็นสิ่งที่ชาวสมุยห่วงแหน ก็อยากเก็บรักษาไว้ให้กับลูกกับหลาน และนักท่องเที่ยวสืบเนื่องต่อไปในอนาคต” นายอำนาจ ส.อบจ.สุราษฎณ์ธานี กล่าว
ด้านนายอนุวัติ ทองมั่น อายุ 51 ปี ผู้ประกอบการบนเกาะสมุย บอกว่า มันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่นึกว่าจะเกิดแบบนี้ขึ้นมารู้สึกเสียใจและเศร้าใจ การพลอดรักหรือการมาอยู่บริเวณนี้ในเชิงชู้สาวต้องควรประชาสัมพันธ์ว่าสิ่งไหนควรทำได้หรือไม่ได้ และด้านล่างยังมีศาลหินตาหินยายอยู่ ที่ชาวบ้านนับถือกราบไหว้และทำบุญ ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าจะทำมาค้าขายขึ้น และมีฐานะดีขึ้น
ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง พ.ต.อ.พงษ์ขจร สุกกสังค์ ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค8 ทราบว่าในส่วนพฤติกรรมของคู่รักชายหญิงที่มานอนกอดกันในหินตาหินยายนั้นในส่วนของคดีความไม่สามารถเอาผิดได้ เพราะว่าการกระทำดังกล่าวไม่เข้าข่ายอนาจาร แต่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อสถานที่ ซึ่งอาจจะกระทบกระเทือนจิตใจของคนเกาะสมุยที่ให้ความสำคัญกับหินตาหินยาย

