วันที่ 20 กันยายน จากสถานการณ์ฝนตกหนักพื้นที่ตอนบนของประเทศ ทำให้มีมวลน้ำจำนวนมกไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยา ทำให้ต้องมีการพร่องน้ำมากขึ้นโดยในวันนี้มีการระบายน้ำเพิ่มเป็น 900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้นอีก1เมตร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นายฎรงค์กร สมตน ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 12 ชัยนาท ได้ออกประกาศแจ้งเตือนถึง ผวจ.7 จังหวัดภาคกลางประกอบด้วย จ.ชัยนาท, อุทัยธานี, สิงห์บุรี, อ่างทอง, สุพรรณบุรี, พระนครศรีอยุธยา, ลพบุรี โดยให้เฝ้าระวังและเตรียมการรับมือกับสถานการณ์น้ำที่จะมีปริมาณสูงขึ้นจากผลกระทบของหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ที่ทำให้มีปริมาณฝนตกหนาแน่นทำให้มีน้ำหลากไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยล่าสุดระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาวัดได้ 16.10 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำลงท้ายเขื่อนด้วยอัตรา 900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นวัดได้ 11.38 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลางซึ่งเพิ่มขึ้น 26 ซม.และอาจจะสูงขึ้นถึง 1 เมตร ภายใน 24 ชั่วโมง และจะส่งผลถึงพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ไปจนถึงริมคลองบางโผงเผง ต.โผงเผง อ.ป่าโมกข์ จ.อ่างทอง และ อ.บางบาล อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา รวมถึงบริเวณท้ายแม่น้ำน้อย ที่จะมีระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย จึงขอให้ผู้ที่อยู่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ให้เฝ้าระวังสถานการณ์ และติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิดต่อไป

