ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 กันยายน ผลกระทบจากกรณีเรือนำเที่ยวล่มกลางแม่น้ำเจ้าพระยาที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ทำให้หลายหน่วยงานตื่นตัวในการป้องกันเหตุสลดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ที่ จ.ชัยนาทเองก็มีการตรวจสอบเช่นกัน โดยพบว่าเรือข้ามฟากที่ให้บริการทั้งประชาชนและนักเรียน มีชูชีพไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้โดยสาร และมีสภาพที่ไม่พร้อมใช้งาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบเรือข้ามฟากที่เปิดให้บริการรับผู้โดยสารข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา จากฝั่งตลาดภาษีซุง ในตัวเมืองชัยนาท ไปยังฝั่ง ต.ท่าชัย อ.เมืองชัยนาท ซึ่งปัจจุบันมีเรือเปิดให้บริการอยู่จำนวน 4 ลำ โดยพบว่าเรือทั้ง 4 ลำ ไม่มีชูชีพครบตามจำนวนผู้โดยสารตามกฎหมาย พ.ร.บ.ขนส่งทางน้ำ โดยบางลำมีห่วงยางเพียง 2 ชิ้น บางลำมีเพียง 6 ชิ้น และทุกลำไม่มีเสื้อชูชีพแม้แต่ตัวเดียว นอกจากนี้ ยังพบอีกว่า ตามการจดทะเบียนขออนุญาตเดินเรือที่ระบุว่า บรรทุกผู้โดยสารไม่เกิน 18 คน แต่ในช่วงเวลาเร่งด่วนจะมีการละเมิดด้วยการรับผู้โดยสารมากกว่า 20 คน รวมทั้งรถจักรยานยนต์มากกว่า 10 คัน ซึ่งอาจจะจะส่งผลให้เกิดอันตรายและโศกนาฏกรรมไม่คาดคิดขึ้น ซึ่งผู้โดยสารหลายรายเองก็มีความกังวลถึงมาตรการความปลอดภัยที่ถูกละเลยดังกล่าว เพราะผู้ใช้บริการเกินร้อยละ 70 ที่ว่ายน้ำไม่เป็น จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดจัดระเบียบความปลอดภัยในการโดยสารเรือข้ามฟากก่อนจะเกิดความสูญเสียเหมือนที่ จ.พระนครศรีอยุธยาด้วย

