ผู้ว่าฯภูเก็ต ลงนามคำสั่งจังหวัด เพิ่มข้อยกเว้น ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาโดยมีเงื่อนไขตั้งแต่ 8 ก.ย.นี้

ผู้ว่าฯภูเก็ต ลงนามคำสั่งจังหวัด เพิ่มข้อยกเว้น ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาโดยมีเงื่อนไขตั้งแต่ 8 ก.ย.นี้

เมื่อวันที่ 31 ส.ค.64 นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ตามที่ได้มีประกาศคำสั่งจังหวัดภูเก็ตในมาตรการดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 17-31 สิงหาคม 2564 ไปแล้ว นั้น เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ควบคู่กับการดำเนินชีวิตของประชาชนและการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ จังหวัดภูเก็ตจึงจำเป็นต้องกำหนดมาตรการตรวจคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต เพื่อป้องกันและควบคุมโรคออกไปอีกระยะเวลาหนึ่ง โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ตามมติที่ประชุมครั้งที่ 51/2564 เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2564 จึงลงนามคำสั่งจังหวัดภูเก็ต ที่ 5139/2564 ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2564 เรื่อง มาตรการตรวจคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

สาระสำคัญ ดังนี้ ห้ามบุคคลและผู้ขับขี่ยานพาหนะทุกประเภท ยกเว้น เด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ที่เดินทางมากับผู้ปกครองหรือผู้ดูแล เข้าจังหวัดภูเก็ต ทั้งทางบก (ด่านตรวจท่าฉัตรไชย) ทางน้ำ (ท่าเรือ ทุกท่า ในจังหวัดภูเก็ต และช่องทางภายในประเทศ (ท่าอากาศยานภูเก็ต) เว้นแต่ เป็นบุคคล หรือผู้ขับขี่ยานพาหนะ ดังต่อไปนี้

1) รถฉุกเฉินทางการแพทย์ ผู้ป่วยถูกเฉิน กู้ชีพ กู้ภัย

2) ขนส่งยา วัสดุอุปกรณ์ เวชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ทางการแพทย์

3) ขนส่งสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภค สินค้าทางการเกษตร ปศสัตว์ อาหารสัตว์

4)ขนส่งแก๊สหุงต้ม น้ำมันเชื้อเพลิง

5)ขนส่งเงินของธนาคาร สถาบันทางการเงิน

6) ขนส่งพัสดุและสิ่งพิมพ์

7) ขนส่งวัสดุก่อสร้าง เครื่องจักร และอะไหล่ที่ใช้ในการซ่อมบำรุง

8) ผู้ขนส่งสินค้าทางเรือ เพื่อนำเข้า – ส่งออกสินค้า ณ ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต , ท่าเรือคลังน้ำมันปตท.ภูเก็ต และพื้นที่ขนถ่ายสินค้าอื่น ๆ

9) ขนส่งเครื่องมืออุปกรณ์ วัสดุ วัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ ชิ้นส่วนประกอบซ่อมบำรงพื้นฐานด้านโทรคมนาคม พลังาน ยานยนต์ อากาศยาน และการอุตสาหกรรมอื่น ๆ

10) ผู้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หรือทำงานในเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเป็นการประจำ(ต้องมีเอกสารหลักฐานยืนยัน)

11) ผู้ที่ได้รับคำสั่งหรือมีหนังสือมอบหมายจากต้นสังกัดให้ปฏิบัติหน้าที่ในด้านการป้องกัน
และควบคุมโรคในจังหวัดภูเก็ต

12) ผู้เดินทางมาตามโครงการเปิดพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว ภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ และผู้ขับขี่ยานพาหนะ (ต้องมีเอกสารยืนยัน)

13 ผู้ที่ได้รับคำสั่งจากส่วนราชการให้ไปหรือมาปฏิบัติภารกิจจำเป็นเร่งด่วนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

14) ผู้มีความจำเป็นในการเดินทางออกทางช่องทางระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานภูเก็ต(ต้องมีตั๋วโดยสาร ของวันที่เดินทางเท่านั้น)

15) ผู้ที่มีนัดหมายตามกระบวนการพิจารณาในชั้นศาล พนักงานอัยการ หรือพนักงานสอบสวน ซึ่งต้องมีเอกสารหลักฐานที่ชัดเจนว่าหากเลื่อนเวลานัดหมายดังกล่าวจะทำให้กระบวนการพิจารณาเสียหายอย่างร้ายแรง หรือมีนัดหมายการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ที่มิอาจ
หลีกเลี่ยงได้ มิฉะนั้นจะเกิดความเสียหายแก่คู่กรณีหรือส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นอย่างยิ่ง

16) ผู้ที่เดินทางเข้ามาจังหวัดภูเก็ตเพื่อการท่องเที่ยว โดยต้องมีหลักฐานการจองโรงแรม หรือสถานที่พัก และชำระค่าที่พักล่วงหน้า และหากพักอาศัยเกิน 9 วัน ต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด – 19ในวันที่ 5 ของการพักอาศัยในจังหวัดฎเก็ต โดยผู้เดินทางเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง
(ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2564เป็นต้นไป)

17) กรณี อื่นใดซึ่งมีปัญหาในทางปฏิบัติที่ต้องวินิจฉัยสั่งการ ให้ผู้บัญชาการเหตุการณ์ประจำด่านตรวจ เป็นผู้มีอำนาจพิจารณาเป็นรายกรณี

โดยผู้ได้รับการยกเว้นตามกรณีดังกล่าวข้างต้น ต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด – 19ชนิดชิโนแวค (Sinovac) , ชิโนฟาร์ม (Sinopharm) , สปุตนิก วี (Sputnik V) ครบ 2เข็ม หรือชิโนแวค
(Sinovac) เข็ม 1 แอสตราเชนิกา (AstraZeneca) เข็ม ㆍหรือได้รับวัคซีนชนิดแอสตราเชนิกา (AstraZeneca),
ไฟเซอร์ (Pfizer) , โมเดอร์นา (Moderna) , จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (Johnson and Johnson) จำนวน 1เข็ม
มาแล้วเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน หรือเป็นผู้ที่หายจากอาการป่วยด้วยโรคโควิด – 19 มาแล้วไม่เกิน 90วัน
และต้องได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด – 19 ด้วยวิธีการ RT – PCR หรือวิธีการ Antigen Test โดยมีระยะเวลา
ไม่เกิน 72ชั่วโมง ก่อนการเดินทางถึง

ผู้เดินทางมาตามโครงการนำร่องด้านการท่องเที่ยว (7+7 Extension) หรือบุคคลที่เดินทางไป ท่องเที่ยวนอกเขตจังหวัดภูเก็ตทางทะเลไปจังหวัดนำร่องอื่น แบบไป – กลับภายในวันเดียว พร้อมคนขับเรือ
มัคคุเทศก์ และพนักงานประจำเรือ ให้สามารถเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตได้โดยมีผลการฉีดวัคชีนครบตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยให้ตรวจหาเชื้อโควิด – 19 ด้วยวิธี ATK (Antigen Test Kit) ทุกสัปดาห์

เด็กอายุตั้งแต่ 6ปี จนถึงผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ไม่อยู่ในเกณฑ์การได้รับวัคซีน ต้องได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด –
19 ด้วยวิธีการ RT – PCR หรือวิธีการ Antigen Test โดยมีระยะเวลาไม่เกิน 72ชั่วโมงก่อนการเดินทางถึง

กรณี นักเรียนนักศึกษาอายุไม่ถึง 18ปี ที่ไม่สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด – 19ได้และมีความจำเป็นต้องเดินทางผ่านเข้า – ออกจังหวัดภูเก็ตเพื่อการเรียนการศึกษา ให้หน่วยงานต้นสังกัดของสถานศึกษาหรือศึกษาธิการจังหวัดออกบัตรประจำตัวเป็นรูปแบบเดียวกัน แสดงต่อเจ้าหน้าที่เมื่อเดินทาง
ผ่านเข้า – ออกจังหวัดภูเก็ต และให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตทำการตรวจหาเชื้อโควิด – 19 ด้วยวิธีการRT – PCR และออกใบรับรองการตรวจหาเชื้อโควิด – 19 ให้มีผลใช้ได้ครั้งละไม่เกิน 1 เดือน

กรณี ผู้มีนัดหมายฉีดวัคซีนโควิด – 19 เข็ม 2 (ต้องมีใบนัดหมายการฉีดวัคซีนเข็ม 2 ที่จังหวัดภูเก็ต)และต้องได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด – 19 ด้วยวิธีการ RT – PCR หรือวิธีการ Antigen Test โดยมีระยะเวลาไม่เกิน72 ชั่วโมง ก่อนการเดินทางถึง

ต้องลงทะเบียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.gophuget.com เพื่อแจ้งข้อมูลในการเดินทางจังหวัดภูเก็ตล่วงหน้า และแสดงคิวอาร์โค้ด (QR Code) ต่อเจ้าพนักานควบคุมโรคติดต่อก่อนเข้า

การใช้เส้นทางคมนาคมและการตรวจคัดกรองการเดินทาง ผ่านทางด่านตรวจ
ห้ามบุคคลและยานพาหนะทุกประเภทเข้าจังหวัดภูเก็ต ระหว่างเวลา23.00 นาฬิกา ถึงเวลา 04.00 นาฬิกาของวันรุ่งขึ้น ยกเว้น เมื่อมีความจำเป็นเร่งด่วนหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงหรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ

ผู้ติดเชื้อที่จงใจปกปิดข้อมูลการเดินทางหรือแจ้งข้อมูลเท็จ ต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อทำให้เป็นอุปสรรคต่อการสอบสวนและควบคุมโรคเป็นผลให้เชื้อโรคแพร่ออกไป อาจเข้าข่ายเป็นการฝ้าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ด้วย

ขอความร่วมมือผู้ที่เดินทางเข้ามาในจังหวัดภูเก็ต ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด – 19(D-M-H-T-T-A) ติดตั้งและสแกนแอปพลิเคชันไทยชนะ และหมอชนะ

หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ อาจเป็นความผิดตามมาตรา 51 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมี่นบาท หรือมาตรา 52 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับแห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และอาจได้รับโทษตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน ถึงวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2564

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon