วันที่ 20 กันยายน พ.ท.วสันต์ วุฒิวโรดม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 36 กล่าวว่า ขณะนี้หน่วยกำลังที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ซึ่งประกอบด้วย จำนวนกำลังทหาร จำนวน 5 กองร้อย กว่า 700 นาย ได้เตรียมสับเปลี่ยนกำลังกับ ร.151 พัน.2 กรมทหารราบที่ 151 ภายในเดือนกันยายนนี้ ตามนโยบายของกระทรวงกลาโหมที่ดำเนินการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาโดยหันมาใช้กำลังทหารจากกองทัพภาคที่ 4 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้มาเป็นกำลังหลักแทนกำลังทหารจากภาคอื่นๆ
ผบ.ฉก.นราธิวาส 36 ระบุว่า กำลังพลจะกลับไปประจำ ณ ที่ตั้งคือ กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 29 ค่ายสุรสีห์ จังหวัดกาญจนบุรี ส่วนกำลังชุดใหม่ที่มาจากกรมทหารราบที่ 151 ค่ายกัลยาณิวัฒนา ตำบลกาลุวอเหนือ จังหวัดนราธิวาส พร้อมยืนยันการปฏิบัติงานของหน่วยกำลังจะประสานต่อเนื่องแบบไร้รอยต่อ เพราะมีการส่งกำลังทหารชุดใหม่เข้ามาปฏิบัติงานเป็นคู่บัดดี้กับชุดเดิม เพื่อเรียนรู้งาน และประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ รวมทั้งลงพื้นที่ไปพบกับเครือข่ายภาคประขาชนอย่างใกล้ชิดมาระยะหนึ่งแล้ว
“ส่วนการปฏิบัติงานของหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 36 ภายใต้การบังคับบัญชาของตนเองนั้น ตลอด 6 เดือนที่ผ่านมาได้ดำเนินการตามนโยบายของพลโท วิวรรธน์ ปฐมภาค แม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งเน้นย้ำการดำเนินการใน 3 ส่วนหลักคือ ด้านความมั่นคงและการควบคุมพื้นที่ โครงการประชารัฐร่วมใจ โครงการพาคนกลับบ้าน เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น โดยเป็นการขับเคลื่อนนโยบายผ่านศูนย์ปฏิบัติการอำเภอที่เป็นสายบังคับบัญชาหลักของอำเภอสุไหงโก-ลก” พ.ท.วสันต์กล่าว
นอกจากนี้ พ.ท.วสันต์ยังกล่าวถึงความประทับใจในการเข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ว่า ประชาชนในพื้นที่มีความรักและสามัคคีกันมาก อีกทั้งยังให้ความร่วมมือกับภาครัฐเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในด้านความมั่นคงที่ร่วมเฝ้าระวังและเเจ้งเหตุเพื่อป้องกันเหตุรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่ และเห็นถึงวิถีชีวิตของพี่น้องมุสลิมที่มีการปฏิบัติศาสนากิจ และยึดหลักคำสอนตามบทบัญญัติของศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัด ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีเพราะเมื่อใช้ศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจทำให้ทุกคนกระตือรือร้นที่จะสร้างแต่คุณงามความดีเพื่อตนเองและครอบครัวตามแนวทางขององค์อัลเลาะห์ อีกทั้งได้เห็นว่าความแตกต่างทางศาสนาไม่ได้สร้างปัญหาให้กับพื้นที่ เพราะทุกคนจากทุกศาสนาต่างอยู่ร่วมกันและพึ่งพาอาศัยกันเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน
“โอกาสนี้ ต้องขอขอบคุณนายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอสุไหงโก-ลก/ผอ.ศปก.อ.สุไหงโก-ลก นางสุชาดา พันธ์นรา นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก พ.ต.อ.กองอรรถ สุวรรณขำ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสุไหงโก-ลก และส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชนทุกภาคส่วน รวมทั้งประชาชนชาวอำเภอสุไหงโก-ลก ที่ให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน และดูแลทหารจากหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 36 ด้วยดีมาโดยตลอด และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุการณ์ความไม่สงบจะสิ้นสุดลงโดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนได้อยู่อย่างสงบสุขและมีการพัฒนาในด้านต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่องต่อไป” พ.ท.วสันต์กล่าว

