หน้าแรก ภูมิภาค เปิดใจครอบครั...

เปิดใจครอบครัวผู้ว่าจ้างเรือก่อนล่มที่อยุธยา ระบุคนขับไม่ได้ประมาท ชี้ถ้าไม่หลบเรือขนทรายอาจเลวร้าย

20.09.16 | 16:43 น.
วันที่ 20 กันยายน ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บริเวณท่าเรือชุมชนตลาดขวัญ หลังโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า  ถนนนนทบุรี 1 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี เพื่อสอบถามหาข้อมูลเกี่ยวกับเรือไม้สองชั้นสำหรับเช่าเหมาลำเพื่อรับพี่น้องชาวมุสลิมจากจังหวัดนนทบุรี ลงเรือเดินทางร่วมกันไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวนหลายร้อยคนในพื้นที่และได้ไปเกิดประสบอุบัติเหตุชนตอม่อหน้าท่าน้ำวัดสนามไชย จนเรือแตกรั่วจมลงอย่างรวดเร็วส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ สูญหายไปเป็นจำนวนมาก

นางสุวรรณี เมืองสุวรรณ หรือป้านี อายุ 63 ปี หนึ่งในกลุ่มชาวมุสลิมจากจังหวัดนนทบุรี และเป็นผู้ประสบอุบัติเหตุเรือล่ม กล่าวว่า ระหว่างเรือกำลังวิ่งในเส้นทางแม่น้ำใกล้จุดเกิดเหตุที่ท่าน้ำวัดสนามไชย ก็ได้มองวิวทิวทัศน์ทั่วไปก่อนรู้สึกว่าเรือสั่นสะเทือนเหมือนเข้าปะทะกับอะไรบางอย่างเสียงดังอย่างแรง ต่อมาผู้คนร้องตะโกนบอกต่อกันว่าอย่าขยับ อย่าเคลื่อนไหวเดี๋ยวเรือเอียง นาทีต่อมาก็เห็นคนเริ่มกระโดดลงแม่น้ำเพื่อหนีขึ้นฝั่งและเรือเริ่มเอียงซ้ายจมลงอย่างรวดเร็ว จึงได้ตัดสินใจกระโดดลงน้ำเลย เพราะพอว่ายน้ำได้คิดว่าถ้าอยู่บนเรืออาจเสียชีวิตได้แต่ถ้ากระโดดลงน้ำก็มีโอกาสรอด 50/50 ยังดีกว่า

“จำนวนคนบนเรือถือว่าไม่แน่นมากเท่าที่ควร ประมาณร้อยกว่าคน ส่วนชั้นล่างจะเป็นผู้สูงอายุที่คอยดูแลหลานๆ เพราะขึ้นบันไดชั้นสองกันไม่ค่อยไหว จำนวนคนขณะอยู่บนเรือนั้นสังเกตด้วยสายตาว่าที่บนชั้นสองคนจะขึ้นมามองชมวิวทิวทัศน์มากกว่าจำนวนคนที่นั่งกันอยู่ชั้นล่าง ส่วนคิดว่าถ้าไม่มีเสาต่อม่อใต้น้ำก็คงไม่เกิดเหตุอะไรขึ้น มีการเตือนแล้วว่าอย่ารวมกัน คนที่เสียชีวิตส่วนมากเป็นผู้สูงอายุ เด็กที่อยู่ติดกันตรงชั้นล่างอาจถูกของทับทำให้ไม่สามารถหนีหลุดออกมาได้ จึงจมน้ำเสียชีวิตและเสื้อชูชีพก็มีพร้อมให้บนเรือแต่ส่วนมากก็ไม่ค่อยได้ใส่กันเพราะไม่นึกว่าจะมีเหตุการณ์อะไรแบบนี้เกิดขึ้น” นางสุวรรณีกล่าว

ด้านนางจินดา วงศเพ็ชร อายุ 52 ปี ผู้ติดต่อว่าจ้างเช่าเรือลำที่เกิดเหตุ รู้เพียงแต่ว่าเจ้าของเรือชื่อเผือกเป็นชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและผู้บังคับเรือชื่อลุงจู๋ อายุ 66 ปี ซึ่งทางเจ้าของเรือจะมีเรือด้วยกัน 2 ลำ และทางครอบครัวจะเดินทางลงมาจาก จ.ภูเก็ต เพื่อเช่าเรือไปประกอบพิธีแห่ทางศาสนาอิสลามที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นประจำทุกๆ ปี ในราคาเช่าเหมาลำประมาณ 50,000 บาท โดยช่วงเสร็จสิ้นทางพิธีกรรมแล้ว ก่อนกลับได้มีการเปลี่ยนถ่ายคนลงเรือสมบัติมงคลชัย ส่วนทางครอบครัวของตนและพี่น้องชาวนนท์บางส่วนได้ถ่ายเทคนมาอยู่กันบนเรือชั้นเดียวอีกลำหนึ่งที่วิ่งนำเรือมงคลชัยมาทิ้งห่างกันประมาณ 50 เมตร และเรือลำของตนได้พบเรือทรายที่วิ่งอยู่ด้านหน้าก่อนแล้ว แต่ทางผู้ขับเรือสามารถหักหลบเรือบรรทุกทรายได้ทัน แต่เรือสมบัติมงคลขัยที่กำลังวิ่งตามหลังทิ้งช่วงห่างมา พบว่าเรือได้พยายามหักหลบเรือบรรทุกทรายพ้นแล้ว แต่ตัวท้องเรือได้ชนเข้าปะทะกับเสาต่อม่อที่อยู่ใต้น้ำจึงทำให้น้ำได้ไหลเข้าลำเรืออย่างรวดเร็ว ส่วนเรือลำของตนเมื่อเห็นเหตุการณ์ได้รีบวนกลับลำเรือมาที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก เพื่อช่วยเหลือพี่น้องมุสลิมที่ประสบอุบัติเหตุตกอยู่ภายในแม่น้ำและบังเอิญได้มองเห็นมี กลุ่มนักขับเจ็ตสกีกลุ่มใหญ่ประมาณ 10 ลำ กำลังขับผ่านมาเห็นพอดีก็ได้รีบทำการเข้าช่วยเหลือชาวบ้านที่ตกน้ำในที่เกิดเหตุไว้ได้เป็นจำนวนมาก จึงฝากขอชื่นชมกลุ่มนักเจ็ตสกีกลุ่มนี้ด้วยที่ได้ทำการเข้าช่วยเหลือ

ส่วนกรณีเสนอข่าวว่าคนขับเรือขับเร็วและประมาทนั้น นางจินดากล่าวว่า ส่วนตัวไม่น่าจริงเพราะครอบครัวตนเวลาติดต่อเช่าเรือ ได้กำชับว่าต้องเป็นลุงจู๋ เพราะขับเรือดี นิ่งและไม่ขับเร็ว

Advertisement

ยิ่งแกรู้ว่าบนเรือมีอีกหลายชีวิตทั้งคนแก่และเด็กไปด้วย ตนคิดว่าจากเหตุการณ์นี้ ถ้าเรือไม่หลบเรือบรรทุกทรายก็เกิดการชนปะทะกันกลางลำแม่น้ำอย่างแน่นอน ซึ่งอาจจะมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตไปมากกว่านี้แน่นอน เพราะขณะเกิดเหตุน้ำในแม่น้ำได้ไหลแรงและเชียวกรากมาก ลุงจู๋ได้บังคับเรือหลบเรือทรายอย่างเต็มที่เต็มความสามารถแล้วเป็นเหตุสุดวิสัยเสียมากกว่า ตนขอวิงวอนให้ประชาชนโปรดเห็นใจ ลุงผู้ขับขี่เรือดังกล่าวด้วย เพราะแกได้ทำการบังคับเรือจนสุดความสามารถแล้ว และขณะเกิดเหตุลุงจู๋ก็ไม่ได้หนีไปไหนค่อยช่วยเหลือผู้ที่ประสบอุบัติเหตุอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย