วันที่ 21 กันยายน เมื่อเวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากผ่านมรสุมพายุราอีพัดผ่านไปแล้ว แต่ก็ปรากฏว่ายังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีปริมาณน้ำสะสมและน้ำจากเทือกเขาพนมดงรัก ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน อ.ขุนหาญและอำเภอภูสิงห์ ฝนที่ตกลงมาทำให้มีน้ำไหลมาตามลำห้วย ร่องน้ำธรรมชาติผ่านฝายน้ำล้นและไหลลงอ่างเก็บน้ำทั้ง 10 แห่ง จากทั้ง 16 แห่ง มีปริมาณน้ำเก็บกักเกิน 100% ไหลล้นสปิลเวย์ ลงสู่คลองส่งน้ำ ส่วนอีก 6 อ่าง ที่เหลือมีแนวโน้มว่าปริมาณน้ำจะเต็มอ่าง และเกินปริมาณการเก็บกักเช่นกัน เนื่องจากช่วงนี้มีฝนตกลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ชลประทานได้เฝ้าติดตามสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา และเปิด-ปิดประตูระบายน้ำ พร่องน้ำให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม อ่างเก็บน้ำทั้ง 10 แห่ง ที่มีปริมาณน้ำล้นอ่างนั้น เป็นอ่างเก็บน้ำที่อยู่ตามแนวชายแดนติดเทือกเขา จึงมีปริมาณน้ำไหลลงอ่างอย่างรวดเร็ว ซึ่งประกอบไปด้วย อ่างเก็บน้ำห้วยตาจู 105.07% อ่างเก็บน้ำหนองสิ 118.09% อ่างเก็บน้ำด่านไอ 101.76% ห้วยตามาย 101.84% ห้วยขนุน 103.96% ห้วยน้ำเค็ม 117.38% ห้วยสำราญ 101.72% และห้วยติ๊กชู 101.12% ซึ่งฝนที่ตกลงมาในช่วงนี้ยังมีปริมาณน้ำไหลลงอ่างอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะมีปริมาณน้ำเต็มอ่างเก็บน้ำทั้ง 16 แห่ง ของ จ.ศรีสะเกษ
นายธวัช สุระบาล ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ของอ่างเก็บน้ำทั้ง 16 แห่งของ จ.ศรีสะเกษ สามารถที่จะควบคุมน้ำได้แล้ว โดยระดับน้ำได้เข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนอ่างเก็บน้ำทั้ง 8 แห่ง ที่ระดับน้ำเพิ่มสูงมากเกินกว่าระดับกักเก็บน้ำนั้น น้ำได้ล้นลงมาตามลำห้วยธรรมชาติ และไหลลงไปสู่แม่น้ำมูลที่บริเวณฝายหัวนา อ.กันทรารมย์ ไม่ได้ไหลทะลักเข้ามาในเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษแต่อย่างใด ดังนั้น จึงเป็นที่มั่นใจได้ว่าจะไม่มีน้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษอย่างแน่นอน ส่วนระดับน้ำที่ท่วมตามไร่นานั้น ขณะนี้ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว อีกไม่กี่วันก็จะเข้าสู่ภาวะปกติเช่นเดิม และไร่นาของชาวบ้านไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด เนื่องจากว่าน้ำท่วมเพียงไม่กี่วันเท่านั้น

