วันที่ 21 กันยายน ที่สำนักงานสหกรณ์บริการชุมชนตำบลอุ่มเหม้านครพนม จำกัด ต.อุ่มเหม้า อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ได้มีกลุ่มผู้บริหาร และสมาชิกสหกรณ์บริการชุมชนตำบลอุ่มเหม้านครพนม นำโดยนางปรางรัชนี ส่งเสริม อายุ 62 ปี ประธานสหกรณ์บริการชุมชนตำบลอุ่มเหม้านครพนม พร้อมด้วยบรรดากรรมการ ประกอบด้วยนายไมตรี ตะวังพัน อายุ 47 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 นายอุทัย อุ่นชัย อายุ 57 ปี ส.อบต.อุ่มเหม้า นายทิม อุ่นชัย อายุ 59 ปี อดีตกำนันตำบลอุ่มเหม้า และตัวแทนสมาชิกออกมาประท้วงเรียกร้องขอความเป็นธรรมไปยังหน่วยงานรับผิดชอบ ตรวจสอบการทำงานของนายจาตุรันต์ สมิทธ์ภินันท์ สหกรณ์จังหวัดนครพนม พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมขึ้นป้ายประท้วงขับไล่และแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริง อ้างว่าได้รับผลกระทบจากการทำงานของสหกรณ์จังหวัดนครพนม เนื่องจากมีการใช้อำนาจหน้าที่ตรวจสอบการบริหารงานของสหกรณ์บริการชุมชนตำบลอุ่มเหม้านครพนมไม่เป็นธรรม ทำให้มีผลกระทบต่อการบริหารงานและความเชื่อมั่นของสหกรณ์บริการชุมชนตำบลอุ่มเหม้านครพนม ทำให้เสียเครดิตความเชื่อถือจากสถาบันการเงิน กระทบต่อการบริหารงานที่เกิดประโยชน์กับชุมชน จึงต้องออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเข้ามาดูแลแก้ไข พร้อมแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงผ่านสื่อมวลชน ท้าให้มีการตรวจสอบด้วยความโปร่งใส
นางปรางรัชนีกล่าวถึงปัญหาว่า สหกรณ์บริการชุมชนตำบลอุ่มเหม้านครพนมมีปัญหาความเดือดร้อนจากการตรวจสอบการบริหารงานแบบไม่เป็นธรรมของสหกรณ์จังหวัดมานานกว่า 1 ปี ส่งผลกระทบต่อสภาพการเงินหมุนเวียนในสหกรณ์ รวมถึงเครดิตกับสถาบันการเงิน เนื่องจากทางสหกรณ์จังหวัดได้เข้ามาก้าวก่ายล้วงลูกการบริหารงานเกินหน้าที่ ทั้งที่มีการบริหารงานที่ดีอยู่แล้ว และเป็นสหกรณ์ต้นแบบที่ผ่านการประเมินยอดเยี่ยมระดับจังหวัด บางครั้งในการบริหารงานยอมรับมีการคิดนอกกรอบในการดำเนินการธุรกิจการค้า เพื่อประโยชน์ของชุมชน รวมถึงสร้างรายได้ให้สหกรณ์ที่แตกต่างจากที่อื่น เพราะต้องการที่จะเป็นต้นแบบในการบริหารงาน แต่ไม่เคยมีปัญหาด้านการเงิน หรือปัญหาข้อร้องเรียนที่กระทบสมาชิก ทำให้ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 2,700 ราย มีเงินหมุนเวียนสูงมากถึง 84 ล้านบาท เป็นเงินซื้อหุ้นจากสมาชิกมากถึง 15 ล้านบาท โดยภาพรวมเรามีการบริหารงานด้วยความโปร่งใส ทั้งการรับฝากเงิน การให้กู้ รวมถึงการเปิดร้านค้าบริการชุมชนในรูปแบบต่างๆ ที่เกิดประโยชน์ต่อชุมชน มาตั้งแต่ปี 2549 ไม่เคยมีปัญหา
“แต่ปัจจุบันสิ่งที่ได้รับผลกระทบคือ ถูกดิสเครดิตในการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน ทำให้มีปัญหาเรื่องความเติบโตด้านการเงินที่จะช่วยเหลือสมาชิก รวมไปถึงการยกเลิกให้รับสมาชิกสมทบทั่วประเทศ ทั้งที่จะเกิดประโยชน์ต่อการเติบโตของสหกรณ์ ล่าสุดถูกตัดสิทธิไม่ให้มีการส่งเข้าประเมินสหกรณ์ดีเด่นระดับภาค ที่จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาแก่สมาชิก และสร้างความเชื่อถือต่อสหกรณ์ให้มีความก้าวหน้า ทำให้ทุกอย่างชะงัก แทนที่สหกรณ์จังหวัดจะคอยเป็นพี่เลี้ยงให้การสนับสนุน หรือตรวจสอบพบปัญหาจะเข้ามาช่วยแก้ไข แต่ใช้วิธีการบีบบังคับและตรวจสอบแบบไม่เป็นธรรม จึงต้องออกมาเรียกร้องหาทางแก้ไขไปยังผู้มีอำนาจ เพราะเคยหารือพูดคุยกันหลายครั้งไม่เกิดประโยชน์ ห่วงระยะยาวหากมีการกระทำแบบนี้จะส่งผลให้สหกรณ์เกิดปัญหาขั้นวิกฤต ที่สำคัญทางผู้บริหารยืนยันว่าทุกขั้นตอนมีความโปร่งใสตรวจสอบได้ และบางอย่างอยากให้มีการบริหารงานด้วยความอิสระ แต่อิงระเบียบเกินไป เพราะถือเป็นสหกรณ์ที่ไม่เคยมีปัญหาด้านการบริหารงาน” นางปรางรัชนีกล่าว
ด้านนายจาตุรันต์ สมิทธ์ภินันท์ สหกรณ์จังหวัดนครพนม ออกมาเปิดเผยว่า สำหรับสหกรณ์บริการชุมชนตำบลอุ่มเหม้านครพนม จำกัด ยอมรับถือเป็นสหกรณ์ที่มีการบริหารจัดการมาได้ดีอันดับต้นของ จ.นครพนมมาตลอด ในบรรดาสหกรณ์ทั้งจังหวัดมีมากกว่า 200 แห่ง แต่ระยะหลังในช่วง 1-2 ปี เกิดปัญหาภายในหลังมีการตรวจสอบพบการบริหารงานบางอย่างที่ขัดต่อระเบียบ เอื้อประโยชน์ต่อผู้บริหาร ซึ่งทางสหกรณ์จังหวัดนครพนมมีอำนาจในการตรวจสอบดูแล ได้เข้าไปตรวจสอบติดตามภายใต้ระเบียบข้อกฎหมาย บางเรื่องมีการปรับปรุงแก้ไข แต่ล่าสุดมีปัญหาในเรื่องของจัดซื้อที่ดิน รวมถึงการกู้สินเชื่อจากธนาคารผิดระเบียบ พบว่าขัดแย้งระเบียบการบริหารงานของสหกรณ์ เอื้อประโยชน์ต่อผู้บริหาร และได้ให้ทางสหกรณ์แก้ไขชี้แจงตามระเบียบ แต่ทางผู้บริหารไม่ยอมรับดำเนินการแก้ไข ทางสหกรณ์จังหวัดมีความจำเป็นจะต้องใช้อำนาจเข้าไปแก้ไขจริงจัง เพราะเป็นเรื่องที่เสี่ยงต่อปัญหาความมั่นคงระยะยาว โดยทางสหกรณ์กำลังรวบรวมหลักฐานและจะมีการแถลงข่าวชี้แจงรายละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ทางสหกรณ์จังหวัดจะได้มีคำสั่งให้สหกรณ์ชี้แจงแก้ไขเป็นไปตามระเบียบ หากไม่ดำเนินการตามกำหนดมีความจำเป็นต้องใช้กฎหมายเข้าไปบังคับ ตั้งคณะกรรมการสอบสวน หรือหากผิดจริงอาจให้ผู้บริหารยุติการทำงาน และเสนอพ้นจากตำแหน่ง เพื่อประโยชน์ของสมาชิก เนื่องจากเคยมีปัญหามาหลายแห่ง จนเกิดปัญหาล่มสลาย จึงต้องหาทางป้องกัน ยืนยันไม่มีการตรวจสอบนอกเหนือจากระเบียบ และเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย

