วันที่ 21 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้าการค้นหา 2 ฝีพายลูกเรือแข่งมณีสายชล ที่เรือเกิดอุบัติเหตุพลิกล่มระหว่างฝึกซ้อม บริเวณกลางแม่น้ำป่าสัก หน้าวัดไตรภูมิ เขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ ล่าสุดทีมค้นหาซึ่งประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองเพชรบูรณ์และอาสาสมัครกู้ภัยร่วมกตัญญูรวมทั้งอาสาสมัครกู้ภัยร่มโพธิ์เพชรบูรณ์ และทหารจากกองพันทหารม้าที่ 26 จำนวนกว่า 100 นาย โดยแบ่งกำลังออกเป็นชุดค้นหาทางน้ำโดยใช้เรือจำนวน 4 ลำ และทีมค้นหาทางเท้าโดยการเดินเลาะเรียบริมตลิ่งแม่น้ำป่าสัก ซึ่งผลการปฏิบัติการตลอดช่วงเช้าปรากฏว่า ไม่ประสบผลสำเร็จในการค้นผู้สูญหายแต่อย่างใด กระทั่งในชาวงบ่ายจึงมีการปรับแผนการค้นหาอีกครั้งโดยเน้นทีมค้นหาทางเรือ และยุติทีมค้นหาทางเท้า เนื่องจากไม่พบผู้สูญหายแล้วในซีกริมตลิ่งทางทิศตะวันออกของแม่น้ำป่าสัก เต็มไปด้วยกอไผ่และพงหญ้ารกทำให้ไม่สามารถใช้วิธีเดินเลียบตลิ่งค้นหาได้
โดยการค้นหาวันนี้ ยังมีบรรดาญาติพี่น้องและเพื่อนๆ ของผู้สูญหาย รวมทั้งประชาชนจำนวนกว่า 200 คน มาเฝ้าสังเกตการณ์และรอลุ้นการค้นหาด้วยใจจดจ่อ และภายหลังการปฏิบัติการค้นหาของทีมกู้ภัยได้ล่วงเลยมาเป็นเวลานาน ทำให้ญาติและเพื่อนพ้องของผู้สูญหายเริ่มหมดความหวัง จนกระทั่งหันไปพึ่งบรรดาร่างทรงขอให้ช่วยทำนาย เพื่อค้นหาจุดบริเวณที่คาดว่าร่างของผู้สูญหายจะไปติดอยู่ที่ใต้น้ำ โดยตั้งความหวังเพียงแค่พบร่างไร้วิญญาณมาประกอบพิธีทางศาสนา ซึ่งภายหลังร่างทรงได้ทำนายทายทักว่าร่างของผู้สูญหายอยู่บริเวณใด ทางญาติก็ขอให้ทีมกู้ภัยค้นหาในจุดดังกล่าวทั้งนี้ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเหมือนเช่นเดิม
จนกระทั่งเวลา 14.00 น. ที่บริเวณริมตลิ่งในวัดประตูดาว นายเลิศ ไชโย อายุ 72 ปี เป็นตาของนายอรรถพลหรือตั้มผู้สูญหาย และนางต้อย พรหมแสง อายุ 43 ปี มารดาของนายวิทยาหรือบี ได้มาทำพิธีจุดธูปเพื่อทำพิธีขอขมาต่อเจ้าที่เจ้าทางในลำน้ำป่าสัก จากนั้นพยายามร้องตะโกนเรียกชื่อผู้สูญหายทั้งสองให้ขึ้นมาจากน้ำ โดยมีกลุ่มเพื่อนและบรรดาลูกเรือฝีพายที่ร่วมชะตากรรมช่วยกันร้องเรียกชื่อบุคคลทั้งสองอีกด้วย ทำให้บรรยากาศริมตลิ่งแม่น้ำเต็มไปด้วยความเศร้าสลด ในขณะที่มีบางช่วงเกิดเหตุการณ์อลม่านเมื่อมีผู้ตะโกนบอกว่า พบร่างผู้สูญหายแล้วว่าติดอยู่ที่บริเวณกอไผ่ ทำให้ทุกคนต่างเฮโลกันเข้าไปดูแต่ปรากฏไม่ใช่ร่างผู้สูญหายแต่อย่างใด
ด้านนายเสกสรร นิยมเพ็ง นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ทุกฝ่ายได้พยายามค้นหาผู้สูญหายแต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ โดยเมื่อช่วงบ่ายนี้มีการปรับแผนการค้นหาด้วยการเน้นการค้นทางเรือเท่านั้น แต่พบว่าปัญหาที่สำคัญคือกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากและมีความคดเคี้ยวของเส้นทางน้ำ ทำให้เกิดแรงน้ำวนเป็นอันตรายกับเรือพอสมควร นอกจากนี้หลังจากที่มีฝนตกบริเวณในพื้นที่ตอนบนให้มีมวลน้ำไหลมาเพิ่มขึ้น จนปริมาณน้ำในแม่น้ำสูงขึ้น
“แต่อย่างไรก็ตามตราบใดที่ยังไม่พบศพของผู้สูญหาย พวกเราก็ยังมีความหวังว่าลูกเรือมณีสายชลทั้งสองราย จะยังคงมีชีวิตอยู่และได้รับความช่วยเหลือจากชาวบ้าน นอกจากนี้แผนการค้นหาก็จะทำการขยายพื้นที่การค้นหาบริเวณใต้น้ำลงไปเพิ่มเติม” นายเสกสรรกล่าว
ขณะที่ นายอุทร คำนนท์ อาสาสมัครกู้ภัยร่มโพธิ์ กล่าวว่า สายน้ำที่เชี่ยวกรากทำให้การค้นหาทำได้ลำบาก ในช่วงบ่ายนี้จึงเตรียมปรับแผนใหม่โดยให้ทีมกู้ภัยนั่งบนกราบรือ และลัดเลาะไปตามกอไผ่หรือจุดที่คาดว่า ร่างผู้สูญหายอาจจะจมติดกอไผ่หรือต้นไม้อยู่ใต้น้ำ จากนั้นใช้ไม้สุ่มแทงลงไปโดยคาดหวังวิธีนี้อาจจะได้ผล

