ผู้การฯสระแก้วลงพื้นที่สอบ คดีลักปืนหลวง 65 กระบอกขาย ชี้ผู้ต้องหาไม่บอกว่าขายให้ใคร ฝากขังต่อศาล 3 คน

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ลงพื้นที่สอบสวนผู้ต้องหาลักปืนหลวงจากที่ว่าการอำเภอเมืองสระแก้ว 65 กระบอกไปขาย ล่าสุด จับผู้ต้องหาแล้วรวม 4 ราย ส่งฝากขังต่อศาล 3 ราย และอยู่ระหว่างขยายผล ขณะนี้ได้ปืนคืนแล้ว 8 กระบอก

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 13 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.ณัฐพงษ์ สัตยานุรักษ์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว เดินทางลงพื้นที่ สภ.เมืองสระแก้ว เพื่อสอบสวนนายวีระพันธ์ นาคพิทักษ์ หรือตั้ม อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่ อส.ประจำที่ว่าการอำเภอเมืองสระแก้ว ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมในการขโมยปืนของราชการ บนที่ว่าการอำเภอเมืองสระแก้ว 21 ครั้ง จำนวน 65 กระบอก เพื่อมาขายต่อให้กับบุคคลที่รู้จักและชื่นชอบอาวุธปืน

โดยปืนลูกซองจะขายกระบอกละ 2-3 พันบาท ส่วนปืนสั้นขายกระบอกละ 10,000 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายวีระพันธ์ขึ้นไปสอบสวนที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ สภ.เมืองสระแก้ว โดยมี พ.ต.อ.พีระพงษ์ เหล่าธนาวิน รองผู้บังคับการตำรวจภูธรสระแก้ว พ.ต.ท.ธวัชชัย ล่ามกิจจา รักษาราชการแทน ผกก.สภ.เมืองสระแก้ว, เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน, ทีมพนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเมืองสระแก้ว ร่วมสอบสวนด้วย

ทั้งนี้ ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ร.ต.ท.หญิง เกศรินทร์ วีระพันธ์ รอง สว.(สอบสวน) ร้อยเวร สภ.เมืองสระแก้ว พนักงานสอบสวน ได้ทยอยนำตัวผู้ต้องหาเข้าให้การเพิ่มเติมทีละคน โดยผู้ต้องหาบางคนอยู่ในอาการเครียด ใช้มือปิดบังที่ใบหน้าตลอดเวลา ส่วนการสอบสวนภายในห้องประชุม ศปก.สภ.เมืองสระแก้ว ขณะที่ผู้สื่อข่าวเข้าถ่ายภาพนายวีรพันธ์ ที่เป็น อส.ประจำที่ว่าการอำเภอเมืองสระแก้ว ได้พยายามก้มหน้าและปิดบังใบหน้าตลอดเวลา

โดย พ.ต.อ.พีระพงษ์ระบุว่า ขณะนี้ผู้ต้องหาส่วนใหญ่ยังไม่ให้ความร่วมมือนักว่านำอาวุธปืนไปขายให้กับใครบ้าง ขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผล แต่หากผู้ที่รับซื้อปืนไปและทราบว่าเป็นปืนที่มาจากการกระทำความผิด หรือขโมยไปจากที่ว่าการอำเภอเมืองสระแก้ว ประสงค์จะนำของกลางมาคืน สามารถแจ้งกับเจ้าหน้าที่ได้เช่นกัน

ด้าน พล.ต.ต.ณัฐพงษ์เปิดเผยว่า หลังตรวจสอบพบเหตุ นายอำเภอเมืองสระแก้วได้แจ้งให้ สภ.เมืองสระแก้ว เพื่อติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ ซึ่งพบว่าอาวุธปืนหายไป 65 กระบอก เป็นปืนลูกซองยาว 63 กระบอก และปืนพกสั้น 2 กระบอก เมื่อรับแจ้งความแล้วได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเร่งตรวจสอบร่วมกัน จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ก่อน 3 คน เบื้องต้นรับสารภาพเป็น อส. และขยายผลจนสามารถจับกุมผู้เกี่ยวข้องไว้แล้วรวม 4 คน ส่วนหนึ่งเป็นคนที่ช่วยรับเอาไปขายต่อ และมีการติดตามอาวุธปืนคืนมาได้แล้ว 8 กระบอก วันนี้จะต้องนำผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปฝากขังต่อศาล จ.สระแก้ว 3 คน ส่วนการสอบสวนขยายผลจากข้อมูลของกลุ่มผู้ต้องหา เพื่อติดตามปืนที่สูญหายต่อ ไปยังคนที่รับซื้อในจังหวัดสระแก้วและจังหวัดอื่นๆ เชื่อว่าจะติดตามอาวุธปืนกลับคืนมาได้เพิ่มอีก

“แรงจูงใจในการก่อเหตุน่าจะเป็นปัญหาเรื่องการเงิน เบื้องต้นก็รับสารภาพ แต่ในเรื่องของการติดตามว่าปืนได้ส่งให้ใคร ขายให้ใครบ้าง ผู้ต้องหาไม่ให้ความร่วมมือ เราได้พยายามใช้การตรวจสอบจากโทรศัพท์ ซึ่งบางรายจำนนต่อหลักฐาน เมื่อได้ข้อมูลก็จู่โจมเข้าจับกุมทันที

“สาเหตุที่ผู้ต้องหาไม่ให้ความร่วมมือเนื่องจากผู้ที่รับซื้อไปเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง หรือมีตำแหน่งด้วยหรือไม่นั้น ไม่ทราบ แต่ขณะนี้เราสามารถควบคุมตัวไว้ได้ไม่นาน จำเป็นต้องสอบสวนให้ครบถ้วน ขณะนี้เราเก็บข้อมูลการสื่อสารย้อนหลังไป เชื่อว่าหลักฐานชัดเจนแน่นหนาพอสมควร เนื่องจากคนที่เชื่อมโยงนำไปขายต่อคนรู้จักจำนวนมาก” ผบก.ภ.จว.สระแก้วกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมและนำตัวนายนิพนธ์ ศรีแจ่ม อายุ 40 ปี ผู้ต้องหารายที่ 4 เป็นคนสระแก้ว ซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย เป็นผู้ซื้อรับอาวุธปืนลูกซองที่ขโมยไปจำนวน 1 กระบอก มาที่ห้องกักขัง สภ.เมืองสระแก้ว และถูกนำตัวจากห้องกักขังของสถานีตำรวจมาสอบปากคำภายในห้องสอบสวน

จากการสอบสวนทราบว่านายนิพนธ์ได้นำปืนอีก 1 กระบอก ไปขายต่อให้กับเพื่อนอีก 1 คนด้วย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างขยายผลเพื่อติดตามจับกุมตัวอยู่ในขณะนี้ นอกจากนั้นหนึ่งในทีมสอนสวนได้ให้ข้อมูลอีกว่า ผู้ต้องหาคนแรก หรือนายตั้ม เปิดปากในภายหลังว่า ได้นำปืนจำนวนมากถึง 20 กระบอก ขายให้กับเพื่อนชื่อยุทธ ซึ่งทีมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างติดตามอย่างใกล้ชิดด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กทม.เปิดศูนย์เทคโนโลยีจราจรฯ รับสมาร์ท ซิตี้ พ่วงเฝ้าระวังโควิด-19
บทความถัดไปสเปนเร่งอพยพประชาชน หลังไฟป่าไหม้ต่อเนื่องเป็นวันที่ 5