เจ้าอาวาสวัดเมืองตรังเล่า นาทีผัวขุดหลุมฝังศพเมีย เข้ามาทำบุญในวัด

เจ้าอาวาสวัดเมืองตรังเล่า นาทีผัวขุดหลุมฝังศพเมีย เข้ามาทำบุญในวัด พร้อมเล่าเหตุการณ์หลังวิญญาณเมียเฮี้ยนตามหลอกหลอน ก่อนแนะนำให้ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ ด้านชาวบ้านยังคาใจ ตร.ไม่ชันสูตรพลิกศพ พร้อมปักใจเชื่อคำให้การสามี

จากกรณี นายมิตร สุกเลื้อง อายุ 56 ปี อาชีพรับจ้างกรีดยางพารา ได้ขุดหลุมฝังศพ นางถนอม ภักดี อายุประมาณ 38-40 ปี ผู้เป็นภรรยา ไว้บริเวณพื้นดินภายในสวนยางข้างกงสี พื้นที่หมู่ 6 ต.แหลมสอม อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย.64 ที่ผ่านมา โดยอ้างว่าภรรยาป่วยเป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (เอดส์) และนอนป่วยติดเตียงจนกระทั่งเสียชีวิตลงตามธรรมชาติภายในกงสี ก่อนจะนำร่างภรรยาไปฝังดินโดยไม่ได้บอกกล่าวใคร จนกระทั่งผ่านมา 4 วัน เจ้าหน้าที่มาทราบในภายหลังจากที่สามีอ้างถูกวิญญาณภรรยาตามหลอกหลอน และไปแจ้งเรื่องกับพระสงฆ์ ทั้งนี้ ทางตำรวจไม่มีการทำคดีชันสูตรพลิกศพยืนยันสาเหตุการเสียชีวิต จนทำให้ชาวบ้านคาใจกับเหตุการณ์ดังกล่าวตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดโคกมะขาม ต.แหลมสอม อ.ปะเหลียน เพื่อพบกับ พระเสนอ วรธมฺโม เจ้าอาวาสวัด เล่าว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา สามีได้เดินทางมาที่วัดคนเดียวเพื่อมาพบอาตมาจริง พร้อมทำบุญโดยนำข้าว แกง และน้ำมาถวาย พร้อมกับบอกเล่าถึงการตายของภรรยา และเห็นดวงไฟสีเขียวโผล่มาจากหลุมศพ อาตมาจึงได้แนะนำให้ไปแจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ ส.อบต.เพื่อจะได้หาทางช่วยเหลือและทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ที่ผ่านมาอาตมาไม่เคยรู้จักคู่สามีภรรยาหรือเคยพบเห็นมาก่อน และหากจะมีการขุดเพื่อนำศพขึ้นมาจากหลุมเพื่อมาทำการฌาปนกิจที่วัด อาตมาก็ยินดีเพราะเป็นสงฆ์ต้องทำให้ หากติดเชื้อโควิด-19 ก็ยินดีจะทำศพให้

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านในพื้นที่ยังคาใจและตั้งข้อสังเกตว่าผู้ตายเสียชีวิตลงด้วยสาเหตุใด และเพราะสาเหตุใดสามีจึงรีบขุดหลุมฝังศพของภรรยาโดยไม่บอกหรือแจ้งข่าวกับใครแม้แต่คนเดียว จนชาวบ้านและผู้นำต่างมาทราบเรื่องในภายหลัง ทั้งนี้ ยังคาใจเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ทำเป็นคดีชันสูตรพลิกศพ พร้อมด่วนสรุปและปักใจเชื่อว่าเสียชีวิตเองโดยธรรมชาติ โดยที่ไม่มีผลของทางแพทย์ยืนยัน พร้อมไม่เชิญตัวสามีไปเค้นสอบปากคำ และชาวบ้านยังคงหวาดผวาว่าสามีภรรยาจะมีการติดเชื้อโควิด-19 ด้วยหรือไม่ หรือภรรยาเสียชีวิตเพราะการถูกฆาตกรรมด้วยหรือไม่

ข่าวคืบหน้าล่าสุด เช้าวันนี้ 14 กันยายน หลังจากญาติติดใจสาเหตุการตาย สามีนำศพเมียไปฝังโดยไม่ปรึกษาใครและไม่แจ้งญาติทราบอ้างว่าเมียป่วยติดเตียงและเป็นโรคประจำตัว ต่อมาญาติได้แจ้งเจ้าหน้าที่ ตร.และผู้นำท้องที่ฝ่ายปกครอง รวมทั้ง อสม.และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฯ เพื่อขุดร่างจากหลุมฝังศพใกล้กงสีพาไปผ่าพิสูจน์ที่ รพ.สงขลานครินทร์ (ม.อ.) สงขลา ตั้งแต่ช่วงเย็นวานนี้ (13 ก.ย.64) เพื่อหาสาเหตุการตายว่าเป็นการตายเองธรรมชาติหรือมีร่องรอยการฆาตกรรมหรือไม่ ด้าน พ.ต.อ.สมศักดิ์ สังข์น้อย ผกก.สภ.หนองเอื้อง อ.ปะเหลียน จ.ตรัง กล่าวว่า ทางพนักงานสอบสวนยังไม่รับเลขคดี เบื้องต้นทราบว่าเป็นการตายแบบธรรมชาติ แต่เมื่อทางฝ่ายญาติยังติดใจสงสัยทางเจ้าหน้าที่ ตร.จึงต้องส่งศพไปผ่าพิสูจน์เพื่อหาสาเหตุการตายที่แน่ชัด รับเป็นคดีชันสูตร หรือ (คดี ช.) หลังจากผลผ่าพิสูจน์ออกมาจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป ก่อนหน้านี้จากการพุดคุยกับสามีคนตายยังไม่พบพิรุธ ส่วนพยานแวดล้อมจะเรียกมาสอบปากคำในลำดับต่อไป

ขณะที่ฝ่ายญาติไม่พอใจและมีพิรุธข้อสงสัยหลายประการ โดย นายฉลอง ภักดี อายุ 43 ปี ผอ.โรงเรียนวัดสีหราษฎร์ศรัทธา ต.บางเป้า อ.กันตัง จ.ตรัง เป็นพี่ชายของผู้ตาย เผยว่า ครอบครัวมีพี่น้องร่วมกัน 3 คน พี่ชายคนโตอยู่ที่บ้านหนองแห้ง ต.ในควน หมู่ 1 อ.ย่านตาขาว ส่วนตนเป็นคนกลาง ผู้เสียชีวิตเป็นน้องคนสุดท้อง พักหลังไม่ได้ติดต่อกับผู้ตายมานานกว่า 2 ปีกว่า แต่ทราบว่าผู้ตายได้ไปมาหาสู่กับพี่ชายตลอด เพราะอยู่ใกล้กัน กระทั่งวานนี้ได้รับทราบข่าวจากญาติว่าน้องสาวได้เสียชีวิตลง จึงนัดพี่น้องมาพบกัน และยังติดใจในสาเหตุการตาย และเพื่อขุดศพขึ้นมาพิสูจน์หาความจริง ส่วนเรื่องของคดีขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจสืบสวนสอบสวนไปตามขั้นตอนตามกฎหมาย ส่วนศพน้องสาวหลังจากผลชันสูตรผ่าศพออกแล้วก็จะนำไปทำพิธีฌาปนกิจตามประเพณี ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตมีข้อสงสัยหลายประการ โดยจิตสำนึกของคนทั่วไปแล้ว เมื่อเสียชีวิตลง อย่างน้อยต้องแจ้งให้ญาติทราบก่อนที่จะดำเนินการใดๆ แต่เหตุการณ์นี้กลับผิดแปลก แต่เชื่อว่าความจริงคือความจริง กฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“นับเราด้วยคน” รายการวิทยุโดย สสส. และมูลนิธิคนตัวดี มุ่งพัฒนาสังคม  ร่วมแก้ปัญหาความไม่เท่าเทียมของประชากรกลุ่มเฉพาะ
บทความถัดไปหนุ่มหื่นจนมุมตำรวจรถไฟ หลอก ด.ญ.13 ไปดื่มเหล้าก่อนลวงไปข่มขืนในกระท่อม