ชายถูกญาติรุมทำร้าย เหตุตัดไม้ไปขาย ลูกสาวได้ยินเสียง อัดคลิปเป็นหลักฐานให้พ่อ

ชายถูกญาติรุมทำร้าย เหตุตัดไม้ไปขาย ลูกสาวได้ยินเสียง อัดคลิปเป็นหลักฐานให้พ่อ

เมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่ จ.ปราจีนบุรี นางนารินทร์ ดอกไม้ อายุ 44 ปี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา นายสุทนต์ ดอกไม้ อายุ 49 ปี สามี ถูกพี่สาว ลูกสาวรวม 5 คน รุมทำร้ายสามี ทั้งเตะถีบต่อยข้างบ้าน ขณะที่ให้สามีเลื่อยต้นยูคาที่ปลูกไว้ที่แดนเพื่อไปขาย ก่อนจะตัดต้นไม้ได้บอกพี่สาว เนื่องจากตนเป็นคนปลูก และทะเลาะกันเรื่องเขตแดน

“ก่อนหน้านี้ทะเลาะกับพี่สาวหลายครั้ง เวลาจะทำอะไรที่แนวเขตแดนที่ดิน แต่ไม่คิดว่าจะมีการรุมทำร้ายสามีตนต่อหน้าตำรวจ ที่พี่สาวเป็นฝ่ายโทรแจ้งว่าตนเป็นฝ่ายตัดไม้ไปขาย ซึ่งลูกสาว บอกว่า ลูกของป้าได้ล้มลง คาดว่าจะลื่น แต่ป้ากับลูกๆ คิดว่าจะทำร้าย จึงมีการตะลุมบอน ทำร้ายร่างกายกัน ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าได้อัดคลิปไว้ ซึ่งหลังจากนั้น ลูกก็ได้นำคลิปมาให้ดู ”

ฝ่ายลูกสาว เล่าว่า วันเกิดเหตุนั่งอยู่ในห้องภายในบ้านได้ยินเสียงคนทะเลาะกันเสียงดัง มีการร้องตะโกนห้าม จึงมองออกไปทางหน้าต่างเห็นว่าพ่อกำลังถูกญาติๆรุมเตะรุมต่อย พ่อจึงหยิบมือถือมาถ่ายคลิป สงสารพ่อพี่โดนรุมทำร้ายจึงร้องไห้ตามไปด้วย และถูกข่มขู่ว่าถ้านำคลิปไปเผยแพร่จะทำร้ายทั้งบ้าน

จากการสอบถามเพื่อนบ้านที่อยู่บ้านติดกันไม่กล้าพูดอะไรถูกข่มขู่ด้วย

นายสุธนต์ ดอกไม้ กล่าวว่าเกิดเหตุตนจะเอามาขึ้นรถแต่เมื่อมีปัญหาได้สอบถามแต่เกิดเรื่องขึ้นทนไม่ได้ชกต่อยใคร แต่ถูกรุมเตะรุมต่อยที่ศีรษะและลำตัว ได้แต่เอามือกุมหัวไว้และกอดขาผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งจำไม่ได้ว่าเป็นใคร ตอนนั้นมึนไปหมด จำไม่ได้ว่าใครทำตนบ้าง แต่ว่ามีคนทำร้ายตนเอง 5 คน ภรรยากับลูกสาวยังไม่ได้ให้ดูคลิปที่ตนเองถูกทำร้าย

“ตนได้รับบาดเจ็บที่กรามใต้ตาและหลังเป็นแผลและรู้สึกปวดระบมที่ศีรษะและใบหน้าได้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลกบินทร์บุรีแพทย์ออกใบรับรองรายจากการถูกทำร้ายร่างกายโดยแพทย์ระบุว่าถูกทำร้ายร่างกายบาดเจ็บมีอาการปวดกรามเห็นสมควรให้พักรักษาตัวเป็นเวลา 2 วันภรรยากับลูกสาวบอกว่าถูกข่มขู่ให้หวาดกลัวตนมาทำงานลูกจ้างรพ.กบินทร์บุรี”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้โทนี ย้อนเล่ารปห. 49 เผยสนธิยอมรับ ถ้าอยู่ไทยไม่กล้าทำ เชื่อจ้องปฏิวัติซ้ำ กะเอาให้จบ
บทความถัดไปคอลัมน์ แกะรอยต่างแดน : ย้ายรูปปั้นกวนอู จาก”จิงโจว” สู่ “เตี่ยนเจี้ยงไถ”