วันที่ 22 กันยายน นายสุทธิพงษ์ คล้ายอุดม นายอำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า หลังจากมีการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบและดำเนินการกรณีการบุกรุกชายหาดหัวหิน บริเวณริมถนนนเรศดำริห์ ตั้งแต่ศาลเจ้าแม่ทับทิมถึงสะพานปลาหัวหิน มีมติให้บังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบการที่กระทำผิดก่อสร้างอาคาร และ สิ่งปลูกสร้างทุกรายทั้งร้านอาหารซีฟู้ดขนาดใหญ่ โรงแรมเถื่อน และบ้านพักอาศัยรุกล้ำพื้นที่ชายหาด ล่าสุดจะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ประกอบการที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ทำการรื้อถอนมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2557 แต่ถึงปัจจุบันยังไม่มีการดำเนินการใดๆซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า ขณะนี้เทศบาลเมืองหัวหิน ได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนให้ดำเนินการรื้อถอนภายใน 30 วันไปแล้วสำพรับผู้ประกอบการที่ศาลฎีกามีคำพิพากษา โดยครบกำหนดรื้อถอนภายในวันที่ 14 ตุลาคม นี้ สำหรับผู้บุกรุกที่ยังไม่มีคำสั่งศาล เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจแนวเขตที่ดินสาธารณะประโยชน์ และแนวเขตพื้นที่น้ำท่วมถึงและอาคารที่มีการบุกรุกทั้งหมด 40 หลัง โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารร่วมเดินสำรวจ ก่อนปิดประกาศแจ้งให้ผู้ประกอบการทราบเพื่อใช้อำนาจทางการปกครองเข้าดำเนินการรื้อถอนตามขั้นตอนภายใน 15 วัน และเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ภายในสัปดาห์หน้า ฝ่ายปกครองจะเชิญผู้ประกอบการทุกรายมาพูดคุยทำความเข้าใจก่อน เบื้องต้นทราบว่าผู้ประกอบการพร้อมที่จะดำเนินการตามกฎหมาย
นายธีรพันธ์ นันทกิจ รองผู้ว่าราชการประจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและดำเนินการกรณีการบุกรุกชายหาดหัวหิน กล่าวว่า การประชุมครั้งต่อไปจะพิจารณาผู้เข้าร่วมประชุมเฉพาะผู้ที่มีรายชื่อตามที่ได้รับการแต่งตั้งตามอำนาจหน้าที่จากผู้ว่าราชการจังหวัดเท่านั้น หลังจากการประชุมที่ผ่านมามีบุคคลภายนอกเข้ามาเสนอความเห็นซึ่งหลายฝ่ายมีความเห็นว่าไม่เหมาะสม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมครั้งแรกสำนักงานเทศบาลเมืองหัวหิน ได้มีการแสดงความเห็นของผู้ช่วยนายกเทศมนตรี โดยไม่มีอำนาจหน้าที่ในฐานะกรรมการระดับจังหวัด และเป็นตำแหน่งที่ไม่มีกฎหมายรองรับ กรณีที่แนะนำในที่ประชุมให้มีการทำประกันชีวิตเจ้าหน้าที่ที่จะลงไปทำหน้าที่รื้อถอนอาคารรุกหาดหัวหิน สร้างความไม่พอใจให้กับผู้เข้าร่วมประชุมเป็นอย่างมาก

