หน้าแรก ภูมิภาค ป.ป.ช.น่านปัด...

ป.ป.ช.น่านปัดสอบปมถนนสีเมืองเก่าล่าช้า คาดผู้ว่าฯสั่งระงับ-ทบทวน อพท.ต่อรองผู้รับเหมาจนยอม

22.09.16 | 12:10 น.

เมื่อวันที่ 20 กันยายน ที่ผ่านมา นายสมปราชญ์ พลับแดง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติประจำจังหวัดน่าน เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ระดับสูง ขององค์กรพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. จะแก้สัญญาจ้างโครงการโครงการปรับภูมิทัศน์และสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่เมืองเก่า เขตเทศบาลเมืองน่าน เพื่อจ่ายค่าจ้างลาดยางแอสฟัลติกและค่าเคลือบสีถนนส่วนหนึ่งให้ผู้รับจ้าง ว่า ถ้าปฏิบัติตามระเบียบก็สามารถดำเนินการได้ แต่อย่าบอกว่าล่าช้าเพราะอยู่ระหว่างการตรวจสอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (ส.ต.ง.) หรือ ป.ป.ช.เพราะไม่เกี่ยวกัน เป็นเรื่องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดน่านขณะนั้น เมื่อยังไม่ได้เบิกจ่ายเงินใดๆ ก็ถือว่าโครงการยังไม่เสร็จสิ้น ความล่าช้าและเลยกำหนดระยะสัญญาก่อสร้าง อาจเป็นเพียงความผิดทางวินัยเท่านั้น

นายสมปราชญ์ กล่าวว่า แปลกใจว่าเหตุใดไม่ให้เทศบาลเมืองน่านทำตั้งแต่แรก โดยมีตัวอย่างกรมปศุสัตว์ซื้อวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าไปจ้างผู้ชำนาญการ หรือเอกชนไปฉีดเองไม่ได้ ต้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งมีเจ้าหน้าที่เฉพาะด้านปฏิบัติตามระเบียบ ดังนั้น การแก้สัญญาเพื่อให้โครงการปรับภูมิทัศน์ฯ ดำเนินการต่อไปยกเว้นเคลือบสีผิวถนนจะแก้ไขให้กลับสภาพเดิม จึงส่งคืนให้เทศบาลเมืองน่าน ถ้าเห็นว่าทำตามระเบียบที่เกี่ยวข้องก็ทำไป แต่ถ้ามีผู้เสียหายหรือะร้องเรียนมา ป.ป.ช.ก็ต้องเข้าตรวจสอบอีก เนื่องจากโครงการนี้เข้าไปสอบสวนตั้งแต่เริ่มต้น และกำลังจะสรุปผลส่งไปให้หน่วยเหนือพิจารณาเร็วๆนี้

“ไม่ทราบสาเหตุที่หยุดการเคลือบสีถนนดังกล่าว และอาจจะต้องจ่ายค่าก่อสร้างที่ทำไปส่วนหนึ่งแล้ว มาจากผู้ว่าราชการจังหวัดน่านสั่งให้ระงับหรือทบทวนกันแน่ ถ้าให้ทบทวนก็สามารถแก้สัญญาเพื่อเปลี่ยนแปลงเนื้องานได้ แต่ถ้าสั่งระงับก็ถือว่าโครงการนั้นจบไปแล้ว ทั้งนี้ การแก้สัญญาจ้างหรือเปลี่ยนแปลงโครงการ ต้องดูว่าผลประโยชน์ต่อทางราชการหรือเอื้อประโยชน์ให้ใครหรือไม่ เบื้องต้นทราบว่าเรื่องนี้ผู้รับเหมาอ้างว่าการก่อสร้างยังไม่เสร็จ คุณภาพเคลือบสีจึงไม่ครบสมบูรณ์” นายสมปราชญ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าววันเดียวกันของนายชุมพล มุสิกานนท์ ผู้อำนวยการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ยืนยันโครงการปรับภูมิทัศน์และสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่เมืองเก่า หากแก้ไขสัญญาจ้างจะมี 2 แนวทางคือ ไสผิวแอลฟัลติกออกปูทับใหม่ จะใช้งบประมาณสูงมาก ไม่คุ้มค่าและไม่ประหยัด ทางราชการเสียประโยชน์ ส่วนอีกแนวทางคือวิธีโอเว่อร์เรย์ ด้วยการ “พาราเซอรารี่” หรืออัลฟัลผสมกรวดทรายหยาบแล้วทับบางๆลงบนผิวจราจร แบบไท้ 3 จะเพิ่มความหนืดและสามารถแก้ปัญหาความลื่นได้แน่นอน เป็นวิธีที่ใช้ทั่วไปในการซ่อมแซมถนน

นายชุมพล ชี้แจงว่า ประชุมกันมา 8 ครั้งแล้ว รายงานให้ผู้อำนวยการ อพท.และผู้ว่าฯน่านทราบ คณะกรรมการเองยังมีข้อห่วงใยว่าจะตรวจรับสีได้หรือเปล่า เพราะระเบียบการตรวจรับพัสดุจะต้องประกอบด้วยปริมาณและคุณภาพถูกต้อง ปริมาณนั้นตรวจรับได้ตามความเป็นจริงที่ทำไป แต่คุณภาพสีเดิมไม่มีวิศวกรควบคุมงานทำรายงานเอาไว้ ผู้ควบคุมงานคนใหม่ก็ปฏิเสธรับรองสิ่งที่ดำเนินการไปแล้วในอดีต จึงเจรจากับผู้รับจ้าง (บริษัท บอริส ) ไม่รับค่าเคลือบสีทั้งหมดได้ไหมก็ไม่ยอมอีก บอกว่าทำตามสัญญาของเขามา การสั่งหยุดมันไม่เกี่ยวข้องกับสัญญาแต่เป็นเหตุสุดวิสัยที่ผู้ว่าฯสั่งหยุด และมีผู้คัดค้าน สุดท้ายเจรจากันหลายรอบอาจจะต้องไปจบเรื่องที่ศาล

Advertisement

“ผมปรึกษาหลายฝ่ายและ คตง.ชุดที่ คสช.แต่งตั้งเพื่อหาทางออก แนะนำให้ไปวัดความหนาของสีที่ทาออกมา เพราะได้สุ่มเจาะความหนาอัสฟัลที่ปูไว้แล้ว 22 แห่ง มีสีที่ทาติดอยู่ข้างบน ตามสัญญากำหนดความหนาสีไว้ 0.8 มิลลิเมตร แต่สีที่เจาะมา 0.51 มิลลิเมตร ผู้รับจ้างจึงยอมรับเงินประมาณ 1 ล้านบาท หรือ 1 ส่วน 4 ของมูลค่าสีทั้งหมด สุดท้ายผู้รับจ้างก็ยอมเพราะไม่มีหลังให้พิงอีกแล้ว ฝ่ายตรวจสอบก็ยอมรับได้ หลังจากเสนอเรื่องไป อพท.ส่วนกลาง ก็มีคำสั่งให้นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ รองผู้อำนวยการ อพท. มารับหน้าที่ประธานตรวจรับงานจ้างแทนตน จึงสรุปแนวทางดังกล่าวนี้” นายชุมพลกล่าว