วันที่ 22 กันยายน ความคืบหน้าในการค้นหา 2 ฝีพายลูกเรือแข่งมณีสายชล หลังเกิดเหตุเรือพลิกคว่ำกลางแม่น้ำป่าสัก บริเวณท่าน้ำวัดไตรภูมิ อ.เมืองเพชรบูรณ์ ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. ทีมกู้ภัยมูลนิธิร่มโพธิ์เพชรบูรณ์ ได้รวมตัวกันที่บริเวณวัดประตูดาว อ.เมืองเพชรบูรณ์ พร้อมด้วยทีมกู้ภัยประดาน้ำบางเสาธง จ.สมุทรปราการ จำนวน 4 คน และกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจาก ม.พัน 26 จำนวน 20 นาย เพื่อเตรียมออกค้นหาร่างของผู้สูญหายทั้งสองรายเป็นวันที่ 3 โดยกำหนดจุดแรกที่จะเริ่มทำการค้นหาคือ บริเวณริมน้ำข้างศาลเจ้าแม่ปึงเถ่ากงม่าเพชรบูรณ์ โดยจะใช้วิธีการขึงเชือกข้ามแม่น้ำป่าสักเพื่อจะได้เป็นแนวยึดโยงกับเรือไม่ให้ถูกกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากพัดลอยออกไป และเป็นจุดที่นักประดาน้ำจะใช้ยึดจับเพื่อความปลอดภัยในการดำน้ำค้นหาบริเวณจุดดังกล่าว
นายจิราวัฒน์ ฟื้นตน หัวหน้าชุดอาสากู้ภัยประดาน้ำบางพลี กล่าวว่า ดูจากสภาพพื้นที่แล้วพบว่ากระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากเป็นอุปสรรคเป็นอย่างมากในการดำน้ำค้นหา และจากการวิเคราะห์ระยะเวลาของการสูญหายทางน้ำที่ล่วงเลยมาถึง 3 วันแล้ว ศพก็ยังไม่ลอยพ้นน้ำซึ่งเป็นการบ่งชี้ว่าศพน่าจะติดกับวัตถุที่อยู่ใต้น้ำ และดูลักษณะทางกายภาพของแม่น้ำป่าสักจากจุดที่เรือล่มจนถึงบริเวณศาลเจ้าแม่มีระยะทางไกลราว 3 กิโลเมตร และปมที่น่าสงสัยว่าจะเป็นจุดนี้เพราะว่าได้รับแจ้งว่าผู้สูญหาย 1 รายได้จมน้ำบริเวณดังกล่าว อย่างไรก็ตาม อาสานักประดาน้ำคงไม่เพียงพอต่อการค้นหา จึงได้ประสานขอสนับสนุนนักประดาน้ำที่กลุ่มบางพลีให้มาสมทบเพิ่มเติมแล้ว

กระทั่งเวลา 10.13 น. เจ้าหน้าที่ อปพร.เทศบาลเมืองเพชรบูรณ์แจ้งว่า พบเจอศพแล้ว 1 ศพลอยขึ้นมาบนผิวน้ำซึ่งติดอยู่กับต้นฉำฉา บริเวณริมแม่น้ำหลังร้านเฉลิมพลค้าไม้ห่างจากจุดเรือล่มประมาณ 3 กิโลเมตร โดยทีมกู้ภัยได้จัดทีมเข้าไปกู้ศพและนำขึ้นเรือมาที่วัดประตูดาวเพื่อให้ญาติพิสูจน์ทราบ จากการชันสูตรกับแพทย์ นางบัวเรียน ไข่ทอง อายุ 43 ปีพร้อมญาติยืนยันว่าเป็นศพนายพิทยา ไข่ทอง(ตั้ม) อายุ 17 ปี ลูกชายที่สูญหายไปกับกระแสน้ำ เพราะจดจำกางเกงยีนส์และกางเกงชั้นในที่ซักให้ลูกชายเป็นประจำได้ ซึ่งภายหลังการชันสูตรเสร็จสิ้นแล้ว ทางทีมกู้ภัยจึงเคลื่อนย้ายศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดบ้านไร่ ต.สะเดียง ทำให้ขณะนี้เหลือผู้สูญหายอีก 1 รายที่ทีมค้นหายังเดินหน้าค้นหาต่อไป
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ทีมกู้ภัยเคลื่อนย้ายศพนายพิทยาใส่เรือวิ่งฝ่ากระแสน้ำมาที่วัดประตูดาว ปรากฏว่า นอกจากคณะเจ้าหน้าที่และทีมกู้ภัยต่างรอการพิสูจน์ศพผู้สูญหายดังกล่าวแล้ว ยังมีชาวบ้านจำนวนอีกราว 300 คน หลังจากทราบข่าวการพบศพผุ้สูญหายแล้ว ต่างพากันแตกตื่นจากนั้นแห่กันมามุงดูศพที่ทีมกู้ภัยนำมาที่ริมตลิ่งภายในวัดประตูดาว ระหว่างเรือนำศพนายพิทยาวิ่งทวนกระแสน้ำมาตามแม่น้ำป่าสัก ปรากฏว่าได้มีชาวบ้านยืนตามแนวพนังกั้นน้ำริมตลิ่งแม่น้ำป่าสักกันเป็นจำนวนมาก เพื่อดูเรือที่เคลื่อนย้ายศพผู้สูญหายดังกล่าว
ยังมีรายงานว่า พระครูพัชรสุทธิกร เจ้าอาวาสวัดประตูดาวได้ให้คนใกล้ชิดแจ้งทีมกู้ภัยและญาติผู้สูญหายย้ายออกจากวัดโดยอ้างว่าจะปิดประตูวัด ทำให้ทีมกู้ภัยและญาติรวมทั้งชาวบ้านต่างงุนงง ทำให้ชาวบ้านแสดงความไม่พอใจและเตรียมลุกฮือขับไล่เจ้าอาวาส ต่อมานายประทิน นาคสำราญ นายก อบต.สะเดียง เข้ามาไกล่เกลี่ยจากนั้นเข้าเจรจากับเจ้าอาวาสวัด แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ กระทั่งทางทีมกู้ภัยต้องขนย้ายอุปกรณ์ไปปักหลักที่บริเวณศาลเจ้าแม่ปุนเถ่ากงม่า ซึ่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับวัดประตูดาว ท่ามกลางความไม่พอใจของญาติผู้สูญหายและชาวบ้าน โดยเวลา 02.00 น.จึงยุติการค้นหา
ด้านพระครูพัชรสุทธิกร กล่าวชี้แจงว่า สาเหตุที่ให้ทีมกู้ภัยและชาวบ้านออกจากวัดเมื่อคืนนี้เพราะต้องการให้พระได้จำวัด และการค้นหากลางคืนก็คงไม่เกิดประโยชน์มีแต่อันตรายเปล่าๆ นอกจากนี้ชาวบ้านที่เข้ามายังทิ้งขยะมูลฝอยภายในวัดและให้พระต้องมาเก็บกวาดอีก ส่วนช่วงกลางวันก็ยังให้ใช้พื้นที่ตามปกติ

