วันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา พ.อ.รุศมนตรี จิณเสน รอง ผอ.รมน.น่าน เปิดเผยความคืบหน้าโครงการปลูกไผ่ทดแทนข้าวโพดเพื่อแก้ไขปัญหาภูเขาหัวโล้น” นำร่องในพื้นที่ อ.สันติสุข จ.น่าน 1,866 ไร่ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการดังกล่าว จำนวน 243 ราย จาก 6 หมู่บ้านของ ต.ป่าแลวหลวง อ.สันติสุข ร่วมกับสมาคมพัฒนาไผ่ไทยและบริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด เครือเจริญโภคภัณฑ์ สนับสนุนกองทุนกล้าไผ่หมุนเวียน แอพลิเคชั่น ใช้กระบวนการเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา โดยปลูกคน-ปลูกป่าตามแนวทางของเศรษฐกิจพอเพียง และบูรณาการตามนโยบายประชารัฐ ตั้งแต่เมื่อเดือนพฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา ขณะที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำลังผลักดันให้เช่าที่ดิน ตามนโยบายคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ว่าล่าสุดร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ จัดอบรมการใช้แอพลิเคชั่น ดีเอสไอ แมพ หรือจัดการใช้ที่ดินด้วยระบบสารสนเทศ และผู้แทนจากสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่ แจ้งข่าวดีว่ารัฐบาลกำลังจะมอบ คทช. ให้ ต.ป่าแลวหลวง 1.6 หมื่นไร่ หรือ 1 ใน 5 จ.น่าน ที่จะได้พิจารณาดังกล่าว ทันเก็บเกี่ยวผลผลิตไผ่อีก 4 ปีข้างหน้า และจะใช้โครงการนี้เป็นต้นแบบขยายผลต่อไปในพื้นที่อื่นๆ
นายธนากร รัชตานนท์ นายกสมาคมพัฒนาไผ่ไทย กล่าวว่า พอใจที่โครงการปลูกไผ่เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินและเศรษฐกิจชาวบ้าน เพื่อนำสู่การฟื้นฟูภูเขาหัวโล้น เนื่องจากต้นไผ่เป็นพืชสร้างความชุ่มชื้นและผู้ประกอบการค้ามีความต้องการสูง เครือเจริญโภคภัณฑ์ก็สนับสนุนมาประกันเรื่องตลาดให้แน่นอน แม้จะมีปัญหาปลูกไผ่ที่เสียหายจากเหตุธรรมชาติบางส่วน แต่ก็มีกองทุนซ่อมแซมให้ โดยเฉพาะนำระบบสารสนเทศมาใช้ จะช่วยให้องค์ความรู้และเกษตรกรลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้อย่างชัดเจนทุกมิติ ทุกภาคส่วนจะได้รับผลประโยชน์ของตนแบบวิน วิน เช่น ทราบถึงความต้องการของตลาดแม้กระทั่งคนไทยจำนวนมากในต่างประเทศ เกษตรกรน่านจะสามารถกินอิ่ม นอนหลับ สามารถปลดหนี้สินออกไป เพราะที่ผ่านมาปัญหาภูเขาหัวโล้นเกิดจากไม่มีทางเลือกอื่น พื้นที่สูงชันและจำเป็นต้องหารายได้เลี้ยงครอบครัว
“ต.ป่าแลวหลวงจะเป็นพื้นที่แรกของ จ.น่าน ที่นำระบบแอพลิเคชั่นมาใช้จัดเก็บข้อมูล แก้ปัญหาภูเขาหัวโล้นและหนี้สิน โดยหลังการอบรมเสร็จ ดีเอสไอจะลงมาเก็บข้อมูลทุก 6 เดือน ทำแผนที่ทางอากาศเพื่อเก็บลงเป็นข้อมูลให้เป็นแหล่งค้นคว้าสาธารณะ โดยเฉพาะประกอบการดูแลพื้นที่ป่าและไร่สวนของเกษตรกรเอง เช่น การเสริมรายได้ เป็นหลักฐานแก้ปัญหาพิพาทหรือคดีความ ระบบโลจิสติกส์ ตลอดถึงการตรวจสอบย้อนกลับของผลผลิตต่างๆ ที่ต่อไปจะมีผลถึงการค้าโลกที่กำลังเน้นเกษตรอินทรีย์ รวมถึงช่วยให้ประหยัดเวลา รวมถึงทุ่นค่าใช้จ่ายได้มาก” นายธนากรกล่าว และว่า แจกกล้าไผ่ 20,000 กว่าต้น ให้ชาวบ้านปลูกเองในที่ทำกินทั้งหมด เสียหายจากเหตุธรรมชาติ 200 ต้น หรือ 10% เป็นเรื่องปกติที่ทางโครงการจะนำกล้าใหม่ให้ไปซ่อม หลังจากนั้นเมื่อเกษตรกรปลูกได้ผลดีแล้วจะคืนกล้าที่งอกงามให้กับกองทุนไผ่ไปแจกให้รายอื่น รับรองว่าไผ่อายุขยายพันธุ์ยืนยาวกว่า 80 ปี เพราะสมาคมให้ผู้เชี่ยวชาญเพาะจากเมล็ดไม่ใช่การตอน เรากำลังใช้เทคโนโลยีติดอาวุธการเกษตรให้ชาวน่าน

