ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 กันยายน สถานการณ์แม่น้ำยมขณะนี้มีระดับน้ำสูงมาก เนื่องจากฝนยังตกมาต่อเนื่อง อีกทั้งมวลน้ำยมที่ไหลบ่าลงมาจาก จ.สุโขทัยและพิษณุโลกได้ไหลทะลักเข้าสู่พื้นที่ อ.สามง่าม จ.พิจิตร ระดับน้ำยมที่จุดวัดน้ำ Y-17 หน้าที่ว่าการอำเภอสามง่ามอยู่ที่ระดับ 4.80 เมตร อัตราการไหลประมาณ 337 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มีระดับน้ำเพิ่มขึ้นจนล้นตลิ่งบางจุดในพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยล่าสุดเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมตลิ่งแม่น้ำยมบริเวณหมู่ 4 บ้านเกาะสาลิกา, หมู่ 11 บ้านปากคลอง และหมู่ 12 ในพื้นที่ ต.รังนก อ.สามง่าม จ.พิจิตร จำนวนเกือบ 200 หลังคาเรือน ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 1-2 เมตร ชาวบ้านได้ขนสิ่งของและสัตว์เลี้ยงไว้ในที่ปลอดภัยได้ทัน
นอกจากนี้ แม่น้ำยมเกินจุดวิกฤตแล้ว ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน 2 ฝั่งแม่น้ำยม ต.ไฝ่ท่าโพธิ์และวังจิก อ.โพธิ์ประทับช้าง น้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนจำนวน 200 กว่าหลังคาเรือน นาข้าวอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหาย นอกจากนี้แม่น้ำยมที่ไหลผ่าน ต.บางลาย อ.บึงนาราง ต่อเนื่องเกินจุดวิกฤตแล้ว ทำให้ปริมาณมวลน้ำดังกล่าวเอ่อล้นตลิ่ง ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตร ที่บ้านเกาะร้อยหวาย หมู่ 1 ต.บางลาย อ.บึงนาราง จ.พิจิตร ระดับน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตร โดยประชาชนจำนวนเกือบ 100 หลังคาเรือนเร่งอพยพสัตว์เลี้ยง ทรัพย์สินและสิ่งของมีค่าต่างๆ หนีน้ำขึ้นมาไว้บนถนนในหมู่บ้าน เนื่องจากระดับยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ประชาชนต้องใช้เรือเป็นพาหนะ สำหรับการสัญจรเข้า-ออกระหว่างหมู่บ้าน เนื่องจากระดับน้ำท่วมเส้นทางคมนาคมล้อมรอบหมู่บ้าน ทำให้ยานพาหนะทางบกทุกประเภทไม่สามารถสัญจรไปมาได้
อย่างไรก็ตาม สำนักชลประทานที่ 3 ได้เร่งพร่องน้ำยมลงสู่แม่น้ำน่านที่คลอง DR2.8 อย่างต่อเนื่อง ตามแผนบริหารจัดการน้ำโดยยกบานประตูทั้ง 4 บานเพื่อลดความเสี่ยงผลกระทบของชาวบ้านในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.พิจิตรที่อยู่ปลายน้ำยมใน อ.สามง่าม, โพธิ์ประทับช้าง, บึงนาราง และโพทะเล


