หน้าแรก ภูมิภาค เดี๋ยวไม่ทัน!...

เดี๋ยวไม่ทัน! ชาวนาพิษณุโลกเร่งเกี่ยวข้าวหนีน้ำ หลังมวลน้ำหลากท่วม 3 อำเภอ บางระกำเจอหนักกว่าที่อื่น

22.09.16 | 16:50 น.

 

วันที่ 22 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพิษณุโลก ยังน่าเป็นห่วง หลังน้ำได้หลากเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรใน 3 อำเภอ นาข้าวจมน้ำเป็นหมื่นไร่ โดยเฉพาะ อ.บางระกำ อ่วมน้ำท่วมหนัก เริ่มขยายวงกว้าง ชาวนาต้องเร่งเกี่ยวข้าวหนีน้ำกันจ้าละหวั่น นายบรรดิษฐ์ อินต๊ะ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพิษณุโลก กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกว่า ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าแม่น้ำยมสายเก่าหรือยม-น่าน มีปริมาณน้ำไหลเข้าลดลงเนื่องจากการประเมินว่าพายุเข้าตอนเหนือจะทำให้มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น แต่จากการตรวจสอบปริมาณน้ำศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัยแล้วปริมาณน้ำมากแต่ยังพอรับมือได้ แต่ที่เป็นห่วงคือ แม่น้ำยมที่ไหลผ่านตัวเมืองสุโขทัยมาถึง อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ส่งผลให้บางระกำตอนเหนือ ทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวามีน้ำเอ่อล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ ต.คุยม่วง ต.ชุมแสงสงคราม ต.ท่านางงาม มีน้ำท่วมขังสูง ท่วมพื้นที่นาข้าวเป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาะพื้นที่ ต.คุยม่วง เวลานี้นาข้าวเก็บเกี่ยวไม่ทันเสียหายแล้วกว่า 5,000 ไร่

ขณะที่แก้มลิง ทางชลประทานเร่งนำน้ำเข้าเพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง โดยเวลานี้แก้มลิงที่อยู่ทางด้านบางระกำตอนล่าง ยังสามารถเก็บน้ำได้อีกมาก โดยเฉพาะบึงระมาณ อ่างมีความจุที่สามารถเก็บกักน้ำได้ 16 ล้าน ลบ.ม. เวลานี้มีน้ำเก็บกักเพียง 5 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่บึงตะเคร็ง อ่างมีความจุที่สามารถเก็บกักน้ำได้ 13 ล้าน ลบ.ม. เวลานี้มีน้ำเก็บกักเพียง 2 ล้าน ลบ.ม.เท่านั้น สาเหตุที่น้ำยังเก็บกักได้ไม่มากเพราะติดปัญหา การทำทำนบกั้นน้ำ และท่อลอดข้ามถนนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งกำลังมีการบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว และนำน้ำที่ท่วมขังพื้นที่บางระกำตอนบนให้สามารถนำน้ำมาเก็บกักยังแก้มลิง ให้ได้มากที่สุดเพื่อเก็บกักนำไว้ใช้ช่วงฤดูแล้งนี้ต่อไป

ด้านนายฉลาด ยังเจริญ นายก อบต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก กล่าวว่า จากปัญหาที่ตำบลชุมแสงสงคราม เป็นพื้นที่รองรับน้ำจากแม่น้ำยม ส่งผลให้น้ำท่วมขังในพื้นที่ หมู่ 1,2,3,9 เกือบทั้งหมด โดยก่อนหน้านี้ 1-2 วันทาง อบต.ได้พยายามช่วยเหลือเกษตรกร ด้วยการนำเครื่องจักรกล รถแบ๊กโฮ ขุดทำคันดินกั้นน้ำและนำเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งสูบน้ำออกจากนาข้าวที่ใกล้เก็บเกี่ยว ให้ชาวนานำรถเกี่ยวข้าวให้ได้มากที่สุด ลดความเสียหายในพื้นที่ 4 หมู่บ้านดังกล่าว โดยขณะนี้น้ำกำลังไหลเข้าหมู่ 6, 8 อย่างรวดเร็ว เนื่องจากพนังกั้นน้ำบริเวณบ้านตะแบกงาม พังเป็นทางยาว 1-2 กิโลเมตร ทำให้น้ำไหลบ่าอย่างรวดเร็ว ชาวนาในพื้นที่เกี่ยวข้าวหนีน้ำไม่ทัน บางรายก็ต้องเร่งเกี่ยวข้าวกันจ้าละหวั่นทำให้นาข้าวทั้ง ต.ชุมแสงสงคราม เสียหายกว่า 10,000 ไร่ ส่วนสาเหตุที่นาข้าวเสียหายจำนวนมาก เนื่องจากปีที่ผ่านมาน้ำแล้ง และการปล่อยน้ำของชลประทานล่าช้ากว่ากำหนด ทำให้ชาวนาจากเดิมเคยปลูกข้าวช่วงเดือนเมษายน ต้องเลื่อนมาปลูกเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน เมื่อน้ำมาในปีนี้จึงเกี่ยวข้าวไม่ทัน