วันที่ 22 กันยายน เมื่อเวลา 13.00 น. นายสุเทพ รื่นถวิล ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (ปภ.จ.) นครราชสีมา เปิดเผยว่า ผลกระทบจากร่องความกดอากาศต่ำเคลื่อนผ่าน ทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมี 6 อำเภอ 21 ตำบล 180 หมู่บ้าน 3,418 ครัวเรือน ราษฎรจำนวน 8,705 ราย ประสบเหตุอุทกภัย น้ำฝนไหลหลากเอ่อท่วมเส้นทางสัญจรและไหลเข้าบ้านเรือน ขณะนี้สถานการณ์ของอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและใหญ่ จำนวน 25 แห่ง ของสำนักงานชลประทานที่ 8 (ชป.8) นครราชสีมา ยังมีพื้นที่รองรับมวลน้ำอีกค่อนข้างมาก รวมทั้งปริมาณฝนสะสมเฉลี่ยไม่ถึง 40 มิลลิเมตร แต่มีหลายพื้นที่ประสบเหตุ สาเหตุสำคัญเกิดจากการระบายน้ำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ไม่มีประสิทธิภาพ และพื้นที่เดิมที่เป็นแก้มลิงและเส้นทางน้ำธรรมชาติถูกถมทับ น้ำฝนจึงไม่สามารถไหลลงสู่คลองน้ำธรรมชาติได้สะดวก
ด้านนายสุคนธ์ เต็มยศยิ่ง หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ สำนักงานชลประทานที่ 8 (ชป.8 ) นครราชสีมา เปิดเผยว่า ลักษณะกายภาพของ อ.พิมาย เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยเป็นชุมทางรับน้ำจาก 5 เขื่อนขนาดใหญ่ และลำน้ำจักราช หากมีฝนตกหนัก มวลน้ำทั้งหมด จะไหลมารวมที่หน้าเขื่อนระบายน้ำพิมาย อ.พิมาย ล่าสุดมีระดับน้ำเพิ่มขึ้น 10 เซนติเมตร โดยมีปริมาณน้ำรวม 3 ล้าน ลบ.เมตร การบริหารจัดการจากจำนวน 6 บานประตูระบายน้ำ ได้ปรับยกขึ้น 1 บานประตู เพื่อระบายน้ำในอัตรา 20 ลบ.เมตร ต่อวินาที หรือ 1.6 ล้าน ลบ.เมตร ต่อวัน เพื่อเตรียมรับก้อนน้ำฝนที่เอ่อท่วมในเขต อ.สีคิ้ว อ.เมือง และ อ.เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งกำลังเคลื่อนมาตามคลองน้ำธรรมชาติ คาดจะมาถึงอีกประมาณ 48 ชั่วโมง
ขณะนี้พื้นที่หน้าเขื่อน ฯ มีระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 1 เมตร สถานการณ์อยู่ในช่วงเฝ้าระวังปกติ ซึ่งต้องกักเก็บน้ำไว้ด้วย เนื่องจากปริมาณน้ำดิบรวมในเขื่อนหลัก ยังมีไม่มากนัก เฉลี่ยไม่ถึง 20 % ส่วนครอบครัวยายไป่ ซึ่งพักอยู่กับสามี โดยมีบ้านพักตั้งอยู่ท้ายเขื่อน ฯ เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ จะประสบเหตุอุทกภัยเป็นประจำทุกปี เจ้าหน้าที่โครงการ และฝ่ายปกครอง ได้พูดคุย ทำความร้องขอ พร้อมช่วยเหลือขนย้ายสิ่งของจำเป็นไว้ที่สูง ยายไป่ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

