สุดดีใจ ศาลฎีกาตัดสินให้ เจ้าของ ‘ช้างพังโย’ ชนะคดี หลังพลัดพรากกว่า 18 ปี

ศาลฎีกาตัดสินให้ 2 เจ้าของชาวสุรินทร์ชนะคดี ได้ช้างพังโยที่พลัดพรากกว่า 18 ปีคืน หลังหายจากจังหวัดกระบี่ตั้งแต่ปี 46 ออกตามหา 14 ปีจนพบอยู่ภูเก็ต แต่เจ้าของปัจจุบันอ้างซื้อมาจึงต้องฟ้องคดี 4 ปีจนชนะ

สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือนมีนาคม 2560 นายวัน เรียงเงิน และนายสมศักดิ์ เรียงเงิน ชาวจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจมาจาก นายชอบ เรียงเงิน เจ้าของช้างพังโย ชาว จ.สุรินทร์ ได้เข้าร้องขอความเป็นธรรมที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต ให้ช่วยเจรจากับเจ้าของปางช้างแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต เพื่อขอช้าง ชื่อ พังโย ที่หายไปเมื่อ 14 ปีที่ผ่านมาคืน หลังจากช้างดังกล่าวถูกคนร้ายขโมยในขณะทำงานอยู่ที่ จ.กระบี่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2546 และได้มีการแจ้งความช้างหายไว้ที่ จ.กระบี่

กระทั่งเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2560 ทราบว่า “พังโย” อยู่ในปางช้างแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต พร้อมนำหลักฐานตั๋วรูปพรรณช้างพังโยที่ออกโดยนายทะเบียนอำเภอชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ระบุไมโครชิพ 121-675-455 เอ มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบช้างที่ปางช้าง ต.ฉลอง โดยเจ้าของปางช้างชี้แจงว่า ได้ซื้อช้างดังกล่าวมาในราคา 1,400,000 ล้านบาท โดยมีหลักฐานการซื้อขายกันถูกต้องตามกฎหมาย จึงไม่ยอมคืนให้ ต่อมาประมาณปี 2561 ทางนายชอบ เรียงเงิน เจ้าของช้างพังโย ได้ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดภูเก็ต เพื่อขอช้างคืน

ล่าสุด วันที่ 22 กันยายน นายวัน เรียงเงิน พี่ชายของนายชอบ เรียงเงิน ซึ่งได้รับมอบอำนาจให้มาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา กล่าวภายหลังรับฟังคำพิพากษา ว่า รู้สึกดีใจมาก ที่จะได้ช้างกลับคืนมา เพราะความจริงก็คือความจริง เนื่องจากเราได้ติดตามช้างนับตั้งแต่หายไปเมื่อปี 2546 พยามติดตามจนเวลาผ่านไป 10 ปีเรื่องก็หายเงียบไป กระทั่งในปี 2560 ได้รับทราบว่า มีคนภูเก็ตซื้อช้างดังกล่าวมาอยู่ที่ปางในพื้นที่ ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อไปดูช้างว่า ใช่พังโยหรือไม่ พร้อมทั้งประสานให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอร่วมตรวจสอบ เพื่อตรวจสแกนไมโครชิพที่อยู่ในตัวช้าง

แต่ได้รับการปฎิเสธว่า อยู่ต่างจังหวัดไม่สามารถมาได้ จึงได้ไปร้องต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต และได้ประสานไปยังปศุสัตว์อีกครั้ง จนได้มาร่วมตรวจสอบทำการสแกนไมโครชิพ พบว่า มีตัวเลขตรงกับตั๋วรูปพรรณช้างที่ตนมีอยู่ จึงขอคืนช้างจากทางผู้ครอบครองใหม่ แต่ได้รับการปฎิเสธ โดยบอกให้เอาเงินมาซื้อคืน แต่ตนบอกไปว่า ไม่ได้มาหาซื้อช้าง และช้างดังกล่าวเป็นของน้องชายตนที่ถูกขโมยมา แต่ตกลงกันไม่ได้ จึงนำมาซึ่งการฟ้องร้องต่อศาล

โดยศาลชั้นต้นฝ่ายตนแพ้ จึงขออุทธรณ์และศาลตัดสินให้ฝ่ายตนชนะ จึงต่อสู้กันมาจนถึงศาลฎีกา ซึ่งมีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ รวมระยะในการติดตามและต่อสู้คดีเป็นเวลา 18 ปี

หลังจากนี้จะนำคำพิพากษาไปประสานกับตำรวจพื้นที่ ให้ดำเนินเรื่องเพื่อขอช้างคืนตามคำพิพากษา เพราะตนคงไม่กล้าที่จะเข้าไปเอง หากเขายอมคืนให้จะหารถเพื่อนำกลับสุรินทร์ทันที แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะเป็นอย่างไร นายวันกล่าวและกล่าวด้วยว่า จากระยะเวลาที่ต่อสู้มา มั่นใจว่าจะต้องได้ช้างคืน เพราะเรามีหลักฐานทุกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเลขไมโคชิพถูกต้องทั้งหมด นอกจากนี้หลักฐานยืนยันจากสถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ จ.สุรินทร์ หากไม่มั่นใจคงไม่สู้มาเป็นเวลา 18 ปี เพราะแค่เห็นก็รู้แล้วว่า เป็นช้างที่เราเลี้ยงดูมา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ประภัตร ไฟเขียว มกอช. จัดทำ 4 ร่างมาตรฐานสินค้าเกษตร ตาม ASEAN GAP 
บทความถัดไปศาลทหารนัดฟังคำสั่งฟ้อง คดีรุมซ้อมพลทหารวิเชียรแล้ว รวมเวลาสอบสวน-ทำสำนวนเกิน 10 ปี