ทหารนำผู้บำบัดชุดสุดท้ายเก็บทรัพย์สินที่วัดท่าพุฯ ก่อนส่งบ้าน ‘หมอปลา’ รอญาติมารับ

ทหาร มทบ.17 นำ 19 ผู้บำบัดชุดสุดท้าย มาเก็บทรัพย์สินที่วัดท่าพุฯ ก่อนส่งไปบ้าน ‘หมอปลา’ รอญาติมารับ ขณะที่เจ้าตัวแฮปปี้ เผย “ที่นี่คือนรกบนดิน แต่ไปเจอสวรรค์เขาชนไก่” ด้าน ตร.เก็บหลักฐาน-สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องแล้ว พร้อมให้ความร่วมมือกองปราบฯ เต็มที่

ความคืบหน้ากรณี นายจีรพันธ์ แสงขาว หรือหมอปลา พร้อมด้วย นายไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความ นำคณะสื่อมวลชนเข้าตรวจสอบศูนย์สงเคราะห์บำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด วัดท่าพุราษฎร์บำรุง หมู่ 10 ต.ด่านมะขามเตี้ย อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี หลังจากได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองของอดีตผู้บำบัดชายรายหนึ่งว่า ถูกซ้อมทรมาน ให้ทำสัญญาและเรียกเก็บเงิน หากจะออกมาก็ต้องจ่ายเงิน โดยมีผู้บำบัดอยู่กันอย่างแออัดประมาณ 300 คน แต่มีห้องน้ำเพียง 2 ห้อง พร้อมตั้งคำถามว่า ศูนย์ที่ตั้งขึ้นมาเป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดหรือไม่ และวันเดียวกัน พระครูปลัดประสิทธิ์ รตินฺธโร เจ้าอาวาสวัดท่าพุราษฎร์บำรุง ได้มรณภาพลงก่อนที่ทางทีมงานของทนายไพศาล จะเดินทางมาถึงที่วัดเพียง 15 นาที เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา

ซึ่งหลังจากที่ นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ทราบเรื่อง ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบเหตุที่เกิดขึ้น และแก้ปัญหาเบื้องต้นด้วยการประสาน ผบ.มทบ.17 สนับสนุนรถและกำลังทหารร่วมทำการขนย้ายผู้บำบัดไปพักรอเป็นการชั่วคราวที่ รพ.สนาม (เขาชนไก่) ซึ่งตั้งอยู่ภายในค่ายฝึกนักศึกษาวิชาทหาร ต.ลาดหญ้า อ.เมืองกาญจนบุรี ในคืนนั้นทันที ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้ว นั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.40 น. วันนี้ (23 ก.ย.64) ที่วัดท่าพุราษฎร์บำรุง รถบรรทุกกำลังพลจาก มณฑลทหารบกที่ 17 (มทบ.17) พร้อมกำลังพล ได้นำผู้บำบัด ที่ก่อนหน้านี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้ให้ไปพักคอยที่ รพ.สนาม เขาชนไก่ จำนวน 254 คน ทั้งผู้บำบัดที่อยู่ในเรือนนอน และผู้บำบัดที่บวชเป็นพระสงฆ์ ซึ่งปัจจุบันเหลืออยู่จำนวน 19 ราย เดินทางมาที่วัด โดยเดินทางออกจาก รพ.สนาม เมื่อเวลา 13.00 น. เพื่อมาเอาทรัพย์สิน และเงินที่ผู้ปกครองและญาติได้ฝากไว้กับทางวัดเพื่อเป็นค่าอาหารและใช้จ่าย ก่อนหน้านี้

แต่ปรากฏว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงให้ทราบว่า ไม่ได้เก็บโทรศัพท์ หรือทรัพย์สินมีค่าไว้แต่อย่างใด ส่วนผู้บำบัดที่ญาติฝากเงินไว้ให้ หากตรวจสอบว่าผู้บำบัดรายใดยังมีเงินคงเหลืออยู่ ทาง พระชาญวิทย์ ชิตมาโร พระเลขาเจ้าอาวาสวัดท่าพุราษฎร์บำรุง จะดำเนินการโอนคืนให้กับญาติของผู้บำบัดดังกล่าวทั้งหมด โดยใช้เวลาอยู่ที่วัดประมาณ 20 นาที

จากนั้นเวลาประมาณ 14.00 น. เจ้าหน้าที่ทหาร มทบ.17 ได้นำผู้บำบัดทั้งหมดกลับขึ้นรถบรรทุกกำลังพล และออกเดินทางไปส่งยังบ้านหมอปลา ที่ ต.โรงเข้ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารนั่งคุมท้ายรถไปด้วย

ทั้งนี้ พบว่า ผู้บำบัดต่างมีสีหน้าแววตาที่สดชื่นแจ่มใส พร้อมเปิดเผยว่า ได้ติดต่อผู้ปกครองและญาติให้ทราบทั้งหมดแล้วว่าจะไปพักรออยู่ที่บ้านหมอปลาก่อน จากนั้นทางผู้ปกครองและญาติจะเดินทางไปรับในภายหลัง เนื่องจากทางบ้านของผู้บำบัดบางรายติดขัดในเรื่องของการรักษาตัวจากการติดเชื้อโควิด-19 และบางรายอยู่ระหว่างการกักตัว จึงไม่สะดวกในการเดินทางมารับ จึงขอให้หมอปลาช่วยเหลือดูแลในระยะนี้ก่อน

โดยทุกคนต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “หลังจากที่ได้ออกจากศูนย์ฯแห่งนี้ และไปพักรอที่ รพ.สนามเขาชนไก่ รู้สึกสบายใจขึ้นมากๆ โดยมีผู้บำบัดรายหนึ่ง ระบุว่า “ที่นี่คือนรกบนดิน แต่ไปเจอสวรรค์เขาชนไก่” พร้อมเผยว่า “ตนมาอยู่ที่ศูนย์ฯ แห่งนี้ได้ประมาณ 4-5 เดือน มาจากกรุงเทพฯ เสียเงินแรกเข้าให้กับทางวัด เป็นจำนวน 12,000 บาท”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้บำบัดที่กลับจากเขาชนไก่เป็นชุดสุดท้าย จำนวน 19 คนนี้ เป็นชาว จ.ราชบุรี จำนวน 2 คน จ.สุพรรณบุรี จำนวน 2 คน จ.ร้อยเอ็ด จำนวน 2 คน จ.ชลบุรี จำนวน 2 คน จ.กรุงเทพฯ จำนวน 3 คน จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวน 1 คน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 1 คน จ.สมุทรสาคร จำนวน 2 คน จ.สระบุรี จำนวน 2 คน จ.นครปฐม จำนวน 1 คน และ จ.สมุทรปราการ จำนวน 1 คน

ขณะที่ พ.ต.อ.อัฑฒาสิษฏฐ์ พุ่มเกตุแก้ว ผกก.สภ.ด่านมะขามเตี้ย เผยว่า ในเรื่องของการรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปเก็บหลักฐานค่อนข้างที่จะสมบูรณ์แล้ว โดยที่ผ่านมาเราได้เชิญทาง พระชาญวิทย์ ชิตมาโร พระเลขาพระเลขา ผู้ดูแลการเงิน สาธารณสุขอำเภอ และแม่ค้าขายข้าว มาสอบปากคำเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงว่าเป็นไปตามที่ถูกร้องเรียนหรือไม่

ส่วนกรณีที่ ป.ป.ส.สนับสนุนเงินให้กับทางวัดปีละ 2 แสนบาท รวมทั้งเข้าข่ายเรื่องของการค้ามนุษย์หรือไม่นั้น ในเรื่องนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของทางกองปราบฯ ที่จะทำการสอบสวน เนื่องจากผู้เสียหายไม่ได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษที่ สภ.ด่านมะขามเตี้ย เราจึงใช้ได้เพียงอำนาจในการสืบสวนเท่านั้น โดยขอความร่วมมือในการให้การ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ทางกองปราบฯ ยังไม่ได้ประสานขอเอกสารหลักฐานจากพนักงานสอบสวน สภ.ด่านมะขามเตี้ย แต่อย่างใด ซึ่งทางเราพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบบัญชีของวัดเบื้องต้น พบว่า มียอดเงินคงเหลืออยู่ในบัญชีของธนาคาร ธ.ก.ส.ประมาณ 2 แสนเศษ ซึ่งสามารถเบิกเงินสดจากบัญชีดังกล่าวผ่านทาง ATM ได้ 2 คนด้วยกัน คือ พระครูปลัดประสิทธิ์ รตินฺธโร เจ้าอาวาส และนายสมเกียรติ ซึ่งเป็นมัคทายกของวัด ซึ่งหลังจากเบิกเงินออกมาแล้ว ทาง พระชาญวิทย์ ชิตมาโร พระเลขาฯ จะเป็นผู้นำเงินที่เบิกออกมาไปใช้จ่ายในเรื่องต่างๆ ต่อไป

สำหรับคดีนี้เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ ซึ่งทาง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) รวมทั้ง พล.ต.ต.วรณัน สุขเจริญ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี มีความเป็นห่วง และเราต้องตอบสังคมให้ได้ว่า ตำรวจในพื้นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ทาง สภ.ด่านมะขามเตี้ย ไม่เคยเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับทางวัด โดยเราไม่เคยส่งตัวผู้เสพยาเข้าไปบำบัดที่ศูนย์ฯ แห่งนี้แต่อย่างใด ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ในท้องที่ จ.กาญจนบุรี มีเพียง สภ.บ่อพลอย เพียงแห่งเดียว เท่านั้น ที่นำตัวผู้เสพฯมาบำบัดที่ศูนย์แห่งนี้ โดยมาประมาณ 2-3 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งที่มาทางตำรวจและผู้ปกครองเป็นผู้พามาบำบัดด้วยตัวเอง แต่ตนไม่ทราบว่า ทำไมผู้บำบัดส่วนใหญ่ที่ถูกพามาบำบัดที่ศูนย์ฯ จึงเป็นตำรวจจาก จ.ร้อยเอ็ด เป็นผู้พามา ซึ่งต้องกลับไปสอบที่ต้นทาง เพื่อพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้พปชร.มอบ ‘ไผ่ ลิกค์’ ประสาน ส.ส.ร่วมคณะ ‘ตู่-ป้อม’ ชี้ทำได้ดี คุยได้ทุกคน
บทความถัดไปเผยกองบิน 23 จ่อย้ายฐานฝึกบินเครื่องบินรบไปขอนแก่น แนะก่อนไปหามาตรการลดเรื่องเสียงก่อน