ม.ศิลปากร พลิกฟื้นราชบุรี จากเมืองเก่าสู่เมืองร่วมสมัย ปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยว เปิดเมืองหลังโควิด

ม.ศิลปากร จับมือหน่วยงานรัฐภาคประชาสังคม ปักหมุดเมืองราชบุรีน่าอยู่ พลิกฟื้นประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ดึงอัตลักษณ์เด่น พร้อมปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยว รับเปิดเมืองหลังโควิด

ศาสตราจารย์ ดร.นันทนิตย์ วานิชาชีวะ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยศิลปากร หัวหน้าชุดโครงการ “การอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าราชบุรี เมืองสร้างสรรค์และน่าอยู่ เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานวัฒนธรรม และความเป็นอยู่ที่ยั่งยืน” กล่าวว่า มหาวิทยาลัยศิลปกรเห็นศักยภาพของจังหวัดราชบุรีที่มีความโดนเด่นทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ และมีสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น อาทิ ผ้าขาวม้าบ้านไร่ ผ้าจกคูบัว เซรามิ จึงหลอมรวมนักวิจัยของมหาวิทยาลัย ที่เชี่ยวชาญทั้งศาสตร์และศิลป์ มาบูรณาการทำงานร่วมกัน พร้อมกับดึงการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในจังหวัดราชบุรี โดยนำความต้องการและปัญหาท้องถิ่นมาเป็นโจทย์งานวิจัย

โดยโครงการได้ดำเนินการใน 4 เรื่องครอบคลุมทุกมิติ ประกอบด้วย 1. การอนุรักษ์และฟื้นฟู ทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และต่อยอดเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ 2. การพัฒนาศักยภาพทางการท่องเที่ยวของจังหวัดราชบุรี โดยการจัดการระบบโลจิสติกส์ รองรับการท่องเที่ยวสู่ชุมชน ด้วยการสร้างแอปพลิเคชั่นด้านการท่องเที่ยว 3. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจากทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และอัตลักษณ์ของชาติพันธุ์ รวมถึงการสร้างสรรค์ต้นแบบงานศิลปะเพื่อสาธารณะ 4. การพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทั้งขยะชุมชน และฝุ่น PM 2.5

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชัยชาญ ถาวรเวช อธิบการบดี มหาวิทยาลับศิลปากร กล่าวว่า โครงการนี้เราได้นำอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยมารับใช้สังคม โดยร่วมมือกับชุมชนในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรม ไปพร้อมกับการพัฒนาเศรษฐกิจของราชบุรี และการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะหลังการระบาดของโควิด 19 ที่จะทำให้หลายๆอย่างเปลี่ยนไป โดยเชื่อว่างานวิจัยของเราจะเป็นประโยชน์กับจังหวัดและชาวราชบุรีทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม

ทางด้านนางศาริสา จินดาวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ระบุว่า เพื่อให้ราชบุรีมีความโดดเด่น ทุกฝ่ายต้องช่วยกันค้นหาอัตลักษณ์ของราชบุรีให้ชัดเจน เพราะราชบุรีไม่ได้มีแค่โอ่งเท่านั้น โดยเฉพาะการค้นหาอาหารพื้นถิ่นของราชบุรีที่เลือนหายไป สำหรับสำนักฯกำลังทำหลายโครงการเพื่อพลิกฟื้นประวัติศาสตร์ราชบุรี ทั้งขุดเส้นทางประวัติศาสตร์เพิ่มเติม บริเวณแหล่งโบราณคดีบ้านคูบัว และบ้านโคกพริก พร้อมกับงานอนุรักษ์สถานที่สำคัญ โดยเห็นว่าหากนำแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์มาเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ อาทิ สะพานจุฬาลงกรณ์ ศาลเจ้าพ่อกวนอู สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างดี และนำนักเรียนมาเป็นมัคคุเทศน์ และมีแนวคิดจะขึ้นทะเบียนศาลเจ้าเป็นโบราณสถานด้วย

ขณะที่นายศุภสิทธิ์ ลิ้มตระกูล คณะกรรมการโรงเจเหล่าซินเฮงตั๊ว ศาลเจ้าพ่อกวนอู ราชบุรี กล่าวว่า ศาลเจ้าเป็นแหล่งเรียนรู้วิถีชาวจีนโพ้นทะเลที่เข้ามาตั้งรกรากในราชบุรี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์จังหวัด โครงการวิจัยของมหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเสนอเส้นทางท่องเที่ยวนำร่อง “ราชบุรีและชาวจีนโพ้นทะเล” จากวัดช่องลม – ซุ้มประตูจีน -ศาลเจ้าพ่อกวนอู ราชบุรี – พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี – ตลาดเก่าเมืองราชบุรี จะทำให้ศาลเจ้ากลับมามีชีวิตอีกครั้ง โดยจะมีการสร้างเครือข่ายเรียนรู้กับศาลเจ้าอื่นๆต่อไป

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ชวลิต ขาวเขียว คณบดีคณะโบราณคดี สรุปตอนท้ายว่า โครงการการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าราชบุรีฯ จะทำให้ราชบุรีกลายเป็นศูนย์กลางของ Smart City ในภูมิภาค และจะเป็นโมเดลให้กับพื้นที่อื่นๆทั้งสามารถเชื่อมการทำงานกับจังหวัดใกล้เคียงอย่างเพชรบุรีได้อีกด้วย

ในงานเสวนาสรุปผลโครงการวิจัยเมื่อเร็วๆนี้ ภาคีเครือข่ายของจังหวัดราชบุรีได้ชูการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยศิลปากรที่ทำในทุกมิติ ทำให้ประวัติศาสตร์จังหวัดราชบุรีถูกพลิกฟื้น เด็กเยาวชนเห็นคุณค่าของบ้านเกิด และพร้อมมีส่วนร่วมรองรับการฟื้นฟูเส้นทางท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ ส่วนแอปพลิเคชั่น Ratchaburi Connect ที่ถูกพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักท่องเที่ยว ขณะเดียวกันโครงการของมหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเข้ามาทำกิจกรรมในเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย อาทิ  “แยก-แลก-ไข่ เมืองเก่าราช(บุ)รี ใส่ใจลดขยะ” และกิจกรรม “สิ่งแวดล้อมอาสา” เฝ้าระวังปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ช่วยกระตุ้นจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับชาวราชบุรีและเยาวชน นำไปสู่เมืองราชบุรีน่าอยู่ ที่สมบูรณ์ในอนาคต

 

 

 

 

 

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้แข้ง 2 สโมสรใหญ่ในอังกฤษฉีดวัคซีนโควิดแค่ 6 คน
บทความถัดไปสนามช้างฯ ยกฮีโร่ชุดขาวเบื้องหลังความสำเร็จ OR BRIC เดินหน้าจัดสนามต่อไป 1-3 ต.ค.