รัฐจัดไฟเซอร์ให้อุดรฯ 4.4 หมื่นคน จัดฉีดเด็ก ม.ปลาย-ปวช.ก่อน ปักเข็ม 6-11 ต.ค.นี้

น.ร.อุดรเข้าเกณฑ์ฉีดไฟเซอร์ 148,681 คน ผู้ปกครองสมัครให้ฉีด 96,146 คน รัฐจัดสรรให้รอบแรก 44,000 คน ขอฉีดให้ น.ร.มัธยมปลาย 42,029 คนก่อน ที่เหลือให้ฉีดเด็กพิเศษ-กลุ่มเสี่ยง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 ตุลาคม ที่ห้องประชุมพระยาศรีสุริยราชวรานุวัตต์ ชั้น 3 อาคาร 1 ศาลากลาง จ.อุดรธานี นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานประชุมคณะทำงาน “วัคซีนโควิด-19” มีนายปราโมทย์ ธัญญพืช รองผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี นพ.ทวีรัชต์ ศรีกุลวงษ์ รองนายแพทย์สาธารณสุข (สสจ.) อุดรธานี นายสุคิด พันธ์พรม รองศึกษาธิการ จ.อุดรธานี นำคณะทำงาน และคณะจาก สพป.1-4 อุดรธานี, สพม.20 อุดรธานี และอาชีวศึกษาอุดรธานี เข้าร่วมประชุมพิจารณาวัคซีนอายุ 12-18 ปี ในสถานศึกษา

นายสุคิดกล่าวว่า ได้รับรายงานการสำรวจนักเรียนในสถานศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน อายุ 12-18 ปี รวมทั้งสิ้น 148,681 คน พ่อแม่ผู้ปกครองสมัครใจให้บุตรหลานรับการฉีดวัคซีน “ไฟเซอร์” 96,146 คน หรือ 64.7% ทั้งหมดพร้อมฉีดวัคซีนได้ทันที ขณะนี้ยังมีพ่อแม่ผู้ปกครองยื่นความจำนงสมัครใจฉีดเพิ่ม คาดว่าจะมีมากกว่า 80% สำหรับที่มีความพร้อมขณะนี้ได้จัดแบ่งกลุ่มเรียงลำดับ เพื่อรับการฉีดวัคซีนที่ศูนย์ฯต่อเนื่อง 5 วัน อยู่ที่ความพร้อมของศูนย์ฉีดวัคซีน

นพ.ทวีรัชต์กล่าวว่า สสจ.อุดรธานีไม่เร่งรัดฉีดวัคซีนกับเด็ก อยู่ที่สมัครใจ แต่อยากจะฉีดให้พ่อแม่ผู้ปกครองมากกว่า โดยอุดรฯได้รับวัคซีนไฟเซอร์มาแล้ว 44,000 คน หรือ 1 ใน 3 ที่พร้อมจะฉีดวัคซีน แยกเป็น อ.เมือง 26,400 คน ที่เหลือกระจายไปอำเภอ อำเภอละ 900 คน ซึ่งมี อ.ประจักษ์ศิลปาคม และ อ.กู่แก้ว จำนวนวัคซีนเกินกว่าผู้สมัครใจ ขณะที่การฉีดวัคซีนวางแผนจะใช้ศูนย์ฉีดที่อยู่ในทุกอำเภออยู่แล้ว ส่วนอำเภอเมือง ที่อาคารกิจกรรมนักศึกษา มรภ.อุดรธานี, ศูนย์การค้าเซ็นทรัล, รพ.ค่ายประจักษ์ฯ, รพ.สต.โนนสูง, รพ.สต.นาข่า และ รพ.สต.คำกลิ้ง

ด้านนายสยามได้หารือที่ประชุมเรื่องกลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยงสูงมากไปหาความเสี่ยงน้อย ประเด็นของกลุ่มเสี่ยงเมื่อติดเชื้อ ยังคงเป็นกลุ่มโรคเรื้อรังคล้ายกัน รวมถึงเด็กที่มีน้ำหนักมาก และกลุ่มที่จะเกิดผลข้างเคียงจากวัคซีนที่มีการนำเสนอข้อมูลทางวิชาการ มีการออกมาให้ความเห็นหลายมุมมอง และความเห็นของแพทย์เด็ก ในคณะทำงานจาก รพ.ศูนย์อุดรธานี เพื่อให้เกิดมรรคผลจากการฉีดสูงสุด เป้าหมายเพื่อเปิดโรงเรียน

นายสยามกล่าวสรุปว่า วัคซีนสำหรับนักเรียนอุดรธานี รอบแรกได้รับมา 44,000 คน คณะทำงานมีความเห็นร่วมกันว่าจะนำวัคซีนเหล่านั้นฉีดให้กับนักเรียนชั้นมัธยมปลาย มัธยมศึกษาปีที่ 4-6 และ ปวช. อาชีวศึกษา รวมทั้งจังหวัด 42,029 ราย วัคซีนที่เหลือรอบแรกให้ฉีดให้กับกลุ่มอายุ 12-18 ปี ที่เป็นเด็กนักเรียนพิเศษ, เด็กนักเรียนกลุ่มเสี่ยง และเด็กที่มีประวัติเสี่ยงอยู่แล้ว โดยคณะแพทย์จะไปรวบรวมคำนิยามว่าเด็กกลุ่มไหนบ้างจะฉีดวัคซีนก่อน โดยจะฉีดวัคซีนระหว่าง 6-11 ต.ค.นี้ ที่ศูนย์ฉีดวัคซีน หรือที่สถานศึกษา อยู่ที่ความเหมาะสมและความเห็นของแพทย์ เมื่อฉีดแล้วเราก็น่าจะเปิดเรียนในเด็กโตก่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผบ.ทอ.ตั้ง 2 พลอากาศตรี เป็นโฆษกกองทัพอากาศ ยึดแนวทาง เข้าใจสังคมลึกซึ้ง
บทความถัดไปครอบครัว “มงคลสุธี” บริจาคมูลนิธิรามาธิบดี 8 ล้านบาท