กรมศิลป์เดินหน้าทำแผนซ่อมเสาไม้ ศาลาการเปรียญวัดใหญ่สุวรรณาราม สมัยอยุธยา หลังพบแตก-ทรุดตัว

กรมศิลป์ตรวจสอบเสาไม้ ศาลาการเปรียญวัดใหญ่สุวรรณาราม พระตำหนักโบราณสมัยกรุงศรีอยุธยา ‘แตก-ทรุดตัว’ คาดเนื้อไม้เก่า หมดสภาพการใช้งาน เตรียมหาวิธีการซ่อมแซม

สืบเนื่องจาก ผศ.แสนประเสริฐ ปานเนียม อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี พร้อมด้วยคณะช่างเมืองเพชรบุรีได้ตรวจสอบพบเสาไม้แปดเหลี่ยม ศาลาการเปรียญวัดใหญ่สุวรรณาราม อ.เมือง จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นพระตำหนักโบราณในสมัยกรุงศรีอยุธยาที่สมเด็จพรระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือพระเจ้าเสือ พระราชทานให้สมเด็จพระสังฆราชแตงโมใช้เป็นศาลาการเปรียญของวัดใหญ่สุวรรณาราม ขณะนี้พบเสาไม้แปดเหลี่ยมลงรักปิดทองมีร่องรอยการปริแตกของเนื้อไม้ เป็นรอยใหม่ มีความยาวประมาณ 3 เมตร นอกจากนี้ ยังพบเสาไม้อีกหลายต้นมีรอยแตกของเนื้อไม้ และมีปลวกกัดกินเนื้อไม้ได้รับความเสียหาย จึงดำเนินการแจ้งเจ้าอาวาสวัดใหญ่สุวรรณาราม และสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ให้ดำเนินการตรวจสอบ

ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 ตุลาคม ที่ศาลาการเปรียญ วัดใหญ่สุวรรณาราม ต.ท่าราบ อ.เมือง จ.เพชรบุรี นางศาริสา จินดาวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี นายณัฐพล ระดาฤทธิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีเสาไม้ศาลาวัดใหญ่สุวรรณารามมีร่องรอยปริแตกเสียหาย โดยมีพระครูวัชรสุวรรณาทร เจ้าอาวาสวัดใหญ่สุวรรณาราม พระอารามหลวง เจ้าคณะอำเภอเมืองเพชรบุรี นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รอง ผวจ.เพชรบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี น.ส.เอกรัตน์ นาคาคง รอง ผวจ.เพชรบุรี นายสุชาติ อุสาหะ ส.ส.เพชรบุรี เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ ประธานคณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ผศ.แสนประเสริฐ ปานเนียม อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี นายธานินทร์ ชื่นใจ นายกฤษดากร อินกงลาส ช่างเมืองเพชรบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบและหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

พระครูวัชรสุวรรณาทรกล่าวว่า ศาลาการเปรียญหลังนี้อายุเก่าแก่ สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่ผ่านมามีร่องรอยการแตกแยกของเนื้อไม้แทบจะทุกต้น ทั้งบริเวณโค่นเสาและกลางลำต้น ส่วนเสาที่พบเป็นรอยใหม่เพิ่งแตกมีความยาวประมาณ 3 เมตร ลึกประมาณ 1-2 เซนติเมตร เกรงว่าถ้าปล่อยไว้จะได้รับความเสียหายและส่งผลกระทบต่อโครงสร้างหลังคา และระบบรับน้ำหนักของศาลา

พระครูวัชรสุวรรณาทรกล่าวต่อว่า ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝน เวลาฝนตกหนักทำให้มีน้ำท่วมขังใต้ถุนศาลาการเปรียญ ส่งผลให้เสาบางต้นเกิดการทรุดตัว จึงต้องการให้กรมศิลปากรและหน่วยงานของจังหวัดช่วยดำเนินการแก้ไข เนื่องจากเป็นสถาปัตยกรรมเรือนไม้สำคัญตั้งแต่สมัยอยุธยาที่เหลืออยู่ไม่กี่แห่งของประเทศไทย

นางศาริสากล่าวว่า ศาลาการเปรียญวัดใหญ่สุวรรณารามหลังนี้มีความสำคัญและมีความเก่าแก่ ได้รับการขึ้นทะเบียนโบราณสถาน ได้รับการบูรณะซ่อมแซมให้มีสภาพสามารถใช้งานมาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยสภาพเก่าแก่ของโบราณสถาน สภาพแวดล้อมที่มีน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝน ประกอบกับเป็นสถาปัตยกรรมไทยที่ใช้เสาไม้ในการก่อสร้างและรับน้ำหนักตัวอาคาร สมัยโบราณไม่ได้มีการตอกเสาเข็ม ไม่ได้ทำการเทพื้นคอนกรีตในระบบฐานราก รวมถึงการบูรณะกระเบื้องมุงหลังคาที่มีการดาดปูนตำเพื่อป้องกันการรั่วซึมของน้ำฝน ทำให้ตัวหลังคามีน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับเนื้อเสาไม้ไม่มียางไม้ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ช่วยให้เสาคงอยู่ในสมัยเดิม จึงเกิดรอยปริแตกตามที่พบเห็น

“ทางสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี จะดำเนินการแก้ไขเบื้องต้น โดยการนำแผ่นเหล็กทำเป็นวงแหวนรัดในส่วนที่ปริแตกของเสาไม้ก่อน เพื่อป้องกันการแตกร้าวเพิ่มขึ้น พร้อมนำอุปกรณ์ค้ำยันทำการหนุนประคองเสาที่รับน้ำหนัก เพื่อป้องกันการทรุดตัว และจะเร่งประสานกับทีมวิศวกรของกรมศิลป์ฯทำการสำรวจ และจัดทำแผนโครงการที่จะบูรณะซ่อมแซมโครงสร้างและเสาศาลาการเปรียญวัดใหญ่ฯ

“แนวทางการปฏิบัติจะทำปรับปรุงบูรณะระบบฐานรากศาลาทั้งหมด มีการเปลี่ยนเสาที่ชำรุด รวมถึงการปรับสภาพแวดล้อมของศาลาที่ขณะนี้ประสบปัญหาน้ำท่วมขังเวลาฝนตกหนัก โดยกรมศิลป์จะดำเนินการจัดทำรูปแบบรายการและประเมินราคาซ่อมแซม เพื่อให้ทันกับงบประมาณในปี 2566” นางศาริสากล่าว

นายสุชาติกล่าวว่า หลังจากรับฟังสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ได้ขอให้สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ประสานกับทีมวิศวกร สถาปนิกของกรมศิลปากรลงมาสำรวจบันทึกสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น รวมถึงแนวทางในการดำเนินงานบูรณะให้ใกล้เคียงกับของเดิมได้มากที่สุด โดยทางคณะกรรมาธิการจะดำเนินการประสานเบื้องต้นกับอธิบดีกรมศิลปากรได้รับทราบกระบวนการทำงานเบื้องต้น เมื่อทราบแนวทางการบูรณะและงบประมาณการบูรณะ จะแจ้งเรื่องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้รับทราบเพื่อของบประมาณฉุกเฉิน หรืองบประมาณส่วนกลางดำเนินการบูรณะซ่อมแซม เนื่องจากศาลาการเปรียญวัดใหญ่สุวรรณารามเป็นโบราณสถานสำคัญ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองเพชรบุรี ดังนั้น จึงเป็นสิ่งสำคัญควรค่าแก่การรักษาสืบต่อไป

ด้าน ผศ.แสนประเสริฐกล่าวว่า จากการสำรวจศาลาการเปรียญวัดใหญ่สุวรรณารามพบปัญหาสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ 1.ปัญหาการแตกปริของเสาไม้ศาลา แมลงกัดกินเนื้อเสาไม้ได้รับความเสียหาย 2.การทรุดตัวของเสาไม้ที่มีผลกระทบต่อโครงสร้างศาลาการเปรียญ และ 3.การบิดตัวของโครงสร้างศาลาในหลายจุด ดังนั้น ก่อนที่กรมศิลปากรจะดำเนินการบูรณะซ่อมแซม ควรเปิดโอกาสในมีการระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาคนักวิชาการ ภาคราชการ ภาคเอกชน โดยมีกรมศิลปากรและจังหวัดเพชรบุรีเป็นเจ้าภาพประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องนี้ เพื่อที่จะวางแผนในการบูรณะซ่อมแซมอย่างเหมาะสมต่อไป

“ศาลาการเปรียญวัดใหญ่สุวรรณารามเปรียบเสมือนผู้สูงอายุคนสำคัญที่มีอายุมาก หากพิจารณาสถิติในการบูรณะซ่อมแซม 3-4 ปีทำการซ่อมแซม ซึ่งไม่เป็นเรื่องดี เพราะจะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างศาลาในระยะยาว แต่ถ้ามีการวางแผนที่ดีภายใต้แนวคิดทางอนุรักษ์จะเป็นประโยชน์ในระยะยาวของตัวโบราณสถานแห่งนี้ต่อไป” ผศ.แสนประเสริฐกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เจาะลึกแรงบันดาลใจจากอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่ฟีเจอร์ดีไซน์ร่วมสมัยที่ เซ็นทรัล ศรีราชา เปิดตัว 27 ต.ค. 64 นี้
บทความถัดไปรมว.สุชาติ พบอาสาฯ แรงงาน เผยทั่ว ปท.มีแล้วกว่า 8 พันคน