ผู้ว่าฯปูเคลียร์จบ หลังชาวบ้านปะทะเปิด-ปิดแบริเออร์กั้นน้ำ เผยตอนนี้ต้องการยารักษาโรคน้ำกัดเท้า

ผู้ว่าฯปูเคลียร์จบ หลังชาวบ้านปะทะเปิด-ปิดแบริเออร์ ขณะที่ตอนนี้โรคน้ำกัดเท้าเริ่มเกิดกับผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่ ต้องการยาด่วน

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ที่ ต.ชัยฤทธิ์ อ.ไชโย จ.อ่างทอง ภายหลังจากเมื่อวานชาวบ้านที่อาศัยในพื้นที่น้ำท่วมจำนวนกว่า 20 คน รวมตัวประท้วงทางหลวงอ่างทองที่นำแท่งแบริเออร์กั้นกระแสน้ำ ระยะกว่า 2 เมตร ไม่ให้นำเข้าท่วมถนน แต่ชาวบ้านหมู่ 1 ต.ชัยฤทธิ์ ไม่พอใจ เพราะเกรงว่าน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาจะท่วมบ้านเรือนของตนสูงขึ้น อยากให้ชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเปิดทางระบายน้ำให้ที อย่านำดินมากั้นน้ำ

นางณัฐสินี อิ่มลออ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.ชัยฤทธิ์ อ.ไชโย จ.อ่างทอง เปิดเผยว่า หลังจากมีการร้องขอให้มีการเปิดแท่งแบริเออร์จนน้ำได้ระบายบ้าง ทำให้ระดับน้ำจากชั้น 2 ได้ยุบลงมาเยอะประมาณ 30 ซม. ซึ่งก่อนหน้านี้ชาวบ้านจะนอนชั้น 2 ไม่ได้ ตอนนี้มีชาวบ้านพักอาศัยอยู่ในพื้นที่กว่า 60 ครัวเรือน คนที่ต้องออกมาเพราะบ้านจมน้ำหมด หรือบางคนต้องยอมทิ้งบ้านเพื่อไปเช่าบ้านอยู่ชั่วคราว เนื่องจากเพื่อความสะดวกในการเดินทางไปทำงาน แต่ช่วงสัปดาห์นี้ คาดว่าชาวบ้าวจะเริ่มทยอยกลับบ้าน เนื่องจากระดับน้ำเริ่มลดลง อาจมีบางส่วนที่เข้ามาเพื่อเก็บข้าวของที่เสียหาย

นางณัฐสินีกล่าวว่า ตอนนี้เรื่องอาหาร เรื่องน้ำ มีเพียงพอต่อชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน เพราะจะมีหลักๆ อยู่แล้วคนละ 3 มื้อ และยังมีผู้ใจบุญทยอยนำของมาช่วยเหลือชาวบ้านตลอดทั้งวัน ตอนนี้ที่ต้องการมากที่สุดคือ ยา โดยเฉพาะแก้โรคน้ำกัดเท้า หลายคนเริ่มเกิดอาการ เนื่องจากน้ำท่วมขังมาหลายวันจนเริ่มเกิดกลิ่นเน่าเหม็น โดยเฉพาะตอนนี้บริเวณโรงนกกระทาเริ่มส่งกลิ่นเหม็นรบกวนชาวบ้าน เบื้องต้นได้ร้องขอไปยังสาธารณสุขอำเภอไชโยแล้ว เจ้าหน้าที่รับปากว่าจะจัดหามาให้

นายวีระศักดิ์ วิจิตรแสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง กล่าวถึงกรณีที่ชาวบ้านหมู่ 1 ไม่พอใจที่นำแท่งแบริเออร์มากั้นกระแสน้ำ ระยะกว่า 2 เมตร ไม่ให้น้ำท่วมถนน หากเจ้าหน้าที่นำแบริเออร์มาขวางทางน้ำแบบนี้ ชาวบ้านที่มีบ้าน 2 ชั้น ก็จะอยู่ไม่ได้ เพราะน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาจะสูงขึ้น เพราะไม่มีที่ระบายออก ต้องท่วมถึงชั้น 2 ของตัวบ้านอย่างแน่นอน

โดยผู้ว่าฯปูมองว่า เป็นความแตกต่างกับความคิดเห็น เพราะระดับน้ำเมื่อวานมาโดยกะทันหัน ทำให้ชาวบ้านบางส่วนขัดแย้งทางความคิด ซึ่งทางจังหวัดได้แต่งตั้งให้นายอำเภอแสวงหา ฐานะผู้อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย ดูแลไกล่เกลี่ยจนครบถ้วนจนยุติความขัดแย้งลงได้ โดยให้มีการระบายน้ำได้บ้างเพื่อรักษาถนนไม่ให้เสียหาย แต่ถ้าระบายน้ำมากเกินไปจะทำให้พี่น้องที่อยู่ในที่ต่ำเกิดการไม่สบายใจ

นายวีระศักดิ์กล่าวว่า หลังได้รับรายงานจึงตัดสินใจให้พบกันครึ่งทาง เพราะถ้าปิด บ้านตรงที่อยู่ในแนวกั้นก็จะอยู่กันไม่ได้ ซึ่งชาวบ้านก็ไม่ได้ให้เจ้าหน้าที่เปิดหมด ให้เปิดเพียงเพื่อให้น้ำได้มีการระบายถ่ยเทบ้าง เมื่อชาวบ้านอีกฝั่งได้รู้ถึงปัญหาของอีกฝ่ายก็เข้าใจ ทุกอย่างจึงจบลงด้วยดี

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ชาวน่านสุดทน! ศาลากลางหลังเก่าถูกทิ้งร้าง เป็นแหล่งมั่วสุม ถุงยางเกลื่อน วอนหน่วยงานปรับปรุง
บทความถัดไปภาคเอกชนภูเก็ต เสนอดีอีเอส ลดขั้นตอนเข้าประเทศ หวังนักท่องเที่ยวเข้าวันละหมื่น สร้างรายได้กว่า 2 หมื่นล้าน