วันที่ 26 กันยายน จากกระแสโต้เถียงของมิวสิควิดีโอ เพลงเที่ยวไทยมีเฮ ที่สร้างสรรค์โดย บัณฑิต ทองดี และถูกถ่ายทอดให้ชมกันอย่างแพร่หลาย แต่นางสาวลัดดา ตั้งสุภาชัย อดีตศิลปินกองสังคีต กรมศิลปากร ได้เข้าร้องเรียนต่อสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (วิทยาลัยนาฎศิลป์) ว่าไม่มีความเหมาะสมที่นำโขน ซึ่งเป็นศิลปะวัฒนธรรมการแสดงชั้นสูงมาประยุกต์เข้ากับการแสดงศิลปะร่วมสมัย ล่าสุด ผศ.ยงยุทธ หนูเนียม รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มทร.ศรีวิชัยกล่าวว่า ศิลปะการแสดงโขนดั้งเดิมเกิดขึ้นที่ประเทศอินเดียและ เข้ามามีบทบาทในประเทศไทยพร้อมกับพระพุทธศาสนา โดยเชื่อว่าคนไทยเป็นผู้มีศิลปะและสุนทรียะที่เป็นเอกลักษณ์ ได้นำศิลปะการแสดงมาประยุกต์ให้เข้ากับบริบทของประเทศไทย จนกลายเป็นศิลปะการแสดงที่อยู่คู่คนไทยถึงปัจจุบัน
“การถ่ายทำมิวสิควิดีโอ เพลงเที่ยวไทยมีเฮ ที่ใช้ศิลปะการแสดงโขนมาเป็นไฮไลท์สำคัญตามที่เป็นกระแสอยู่ตอนนี้ เป็นการหยิบยกศิลปวัฒนธรรมไทยมาเป็นสื่อนำเสนออย่างมีศิลปะและสร้างสรรค์ ผู้ชมทุกช่วงวัยสามารถเข้าใจได้ง่ายและน่าติดตาม เป็นศิลปะที่มีชีวิตและสัมผัสได้ คือศิลปะต้องไม่ตายและไม่ควรถูกวางไว้บนหิ้งเพียงอย่างเดียว แต่ควรได้รับการยกย่องและเผยแพร่อย่างถูกวิธี ไม่ได้หมายความว่าอนุรักษ์ไว้แต่แตะต้องไม่ได้ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น“ศิลปวัฒนธรรมไทยจะถูกแช่แข็งโดยที่คนไทยไม่รู้ตัว” ผศ.ยงยุทธ กล่าว
ผศ.ยงยุทธกล่าวว่า การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม จึงควรเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย เพราะศิลปวัฒนธรรมไม่ใช่กระแสสังคม ที่ผ่านเข้ามาโด่งดังเป็นระยะแล้วเงียบหายไป แต่เป็นสิ่งที่อยู่คู่คนไทย สังคมคือตัวชี้วัดสำคัญที่จะกำหนดว่า ศิลปวัฒนธรรมจะอยู่ต่อไปได้หรือไม่เพราะการอนุรักษ์ไม่สามารถทำคนเดียวได้ แต่ต้องทำร่วมกันทั้งสังคม
“การอนุรักษ์และสืบทอดศิลปวัฒนธรรม ควรมีการผสมผสานร่วมกันระหว่างรากเหง้าดั้งเดิมของศิลปะในแต่ละแขนงเข้ากับศิลปะร่วมสมัย เป็นการเชื่อมต่อทางศิลปวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น แต่หากใช้แล้วมีแต่มีผู้ไม่เห็นด้วย เชื่อว่าในอนาคตศิลปะวัฒนธรรมจะสูญหายไปจากคนไทยอย่างแน่นอน เพราะไม่มีใครกล้าปฏิบัติอีก” ผศ.ยงยุทธ กล่าวอีก
ด้านนายไกรโร บินยะโกะ นักศึกษาสาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ ชั้นปีที่ 4 คณะบริหารธุรกิจ และประธานชมรมนาฎยรังสรรค์กล่าวว่า จากมิวสิควีดีโอดังกล่าวเป็นการนำเสนอจุดเด่นของประเทศไทยในแต่ละภาคได้อย่างสร้างสรรค์ และมองว่าไม่ได้เป็นการลบหลู่ศิลปะการแสดงชั้นสูงแต่อย่างใด และยังช่วยให้เยาวชนรุ่นหลังได้รู้จักกับตัวละครในเรื่องรามเกียรติได้มากขึ้น เป็นสื่อที่น่าสนใจและน่าค้นหาเป็นอย่างยิ่ง

