‘ไลออนร็อก’ ทำชายหาดบางเนียงเสียหายหนัก ชี้คลื่นสูง 2 เมตร เผยเตรียมรับมือพายุลูกใหม่ ‘คมปาซุ’

ผลกระทบพายุ ‘ไลออนร็อก’ ทำชายหาดบางเนียงเสียหายหนัก คลื่นสูง 2 เมตร ขณะที่ชาวบ้านเตรียมรับมือพายุลูกใหม่ ‘คมปาซุ’

ผู้สื่อข่าวรายงาน จังหวัดพังงา บริเวณชายหาดบ้านบางเนียง หมู่ที่ 5 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา จากอิทธิพลของพายุ ไลออนร็อกที่สร้างความเสียหายส่งผลให้ในหลายอำเภอมีฝนตกหนักต่อเนื่อง และคลื่นลมแรงจากอิทธิพลของพายุไลออนร็อก ทำให้มีฝนตกหนัก และ คลื่นขนาดใหญ่ได้พัดเข้าหาชายหาดกัดเซาะสร้างความเสียหายระยะทางกว่า 300 เมตร ผู้ประกอบการรีสอร์ท บังกะโล เร่งระดมสร้างแนวกันคลื่นจากกระสอบทราย ส่วนแนวชายหาดหน้าร้านอาหารน้องเปรี้ยวคลื่นได้กัดเซาะชายหาดเข้ามาจนถึงแนวต้นมะพร้าว เป็นแนวยาวกว่า 200 เมตร คลื่นมีความสูง 2 -3 เมตร กำแพงกันคลื่นที่ทำจากคอนกรีตเสริมเหล็ก ต้านแรงคลื่นไม่ไหว ทรุดพังลงไปในทะเล บ้านพักตากอากาศหรูที่อยู่บริเวณใกล้เคียงต้องปิดให้บริการ บริเวณด้านข้างบ้านพักตากอากาศทรุดตัว พื้นปูนเสียหายจากแรงของคลื่นที่ซัดเข้ามาทำให้พื้นดินทรุดตัดวเป็นบริเวณกว้าง ขณะที่พายุ คมปาซุ ที่เข้าไทยมาวันนี้ทำให้บรรยากาศทั่วไปของจังหวัดพังงา ท้องฟ้ามืดครึ้ม มีฝนตกหนัก ลมกรรโชกแรงตั้งแต่ตอนเช้า

นายอุทัย กลิ่นเดช อายุ 60 ปี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณชายหาดบางเนียงกล่าวว่า พายุลูกใหม่ที่จะเข้ามา ตนเองก็กังวลว่าจะรุนแรงเหมือนไลออนร็อกไหม ก็เฝ้าระวังดูอยู่ทุกวัน ตอนกลางคืนก็ดู ก่อนหน้านี้คลื่นซัดเข้ามาในบริเวณบ้านเกือบ 60 เซนติเมตร ไม่ได้หลับได้นอน เที่ยงคืนตนเองยังต้องมาดูว่ามีคลื่นแรงไหม มีน้ำไหลข้ามถนนเข้ามาบ้านตนเองไหม ก็กังวลอยู่กับพายุลูกใหม่นี้
นายสงบ สะโตน นายช่างโยธาอาวุโส รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา สั่งเตรียมความพร้อมเฝ้าระวัง พื้นที่สุ่มเสี่ยง ที่จะเกิดน้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม พร้อมเจ้าหน้าที่อุปกรณ์เตรียมความพร้อมให้การช่วยเหลือ ตลอด 24 ชั่วโมง หากมีการร้องขอความช่วยเหลือ

ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาได้ ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา พายุโซนร้อนกำลังแรง “คมปาซุ” ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2564 ระบุว่า เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ (12 ต.ค.) พายุโซนร้อนกำลังแรง “คมปาซุ” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 19.1 องศาเหนือ ลองจิจูด 120.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำ ประเทศจีน และขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนาม ตอนบน ในช่วงวันที่ 13-14 ตุลาคม 2564 โดยจะอ่อนกำลังลงตามลำดับ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในวันดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

อนึ่ง ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้โฆษกรัฐบาล เผย ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค 2565 หวังใช้เป็นเวทีอวดศักยภาพ
บทความถัดไป‘ส.เรือใบ’ วางคิวจัดศึกชิงแชมป์ประเทศไทย 22-30 ต.ค.นี้ ยกระดับแล่นใบไทย