วันที่ 26 กันยายน ที่หอประชุมกาสะลองคำ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย เป็นประธานในการประกาศวาระ จ.เชียงราย ด้านความปลอดภัยทางถนนตลอดทั้ งปีโดยมีหัวหน้าส่ วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้ อง ภาคประชาสังคม นักเรียน นักศึกษา ฯลฯ เข้าร่วมประมาณ 1,000 คน กิจกรรมมีนิทรรศการเกี่ยวกั บความปลอดภัยในการจราจร วิดิทัศน์เกี่ยวกับการรณรงค์ให้ มีการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกล่าวนำกล่ าววาระ จ.เชียงราย เพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมดำเนินการร่ วมกันต่อไป และรับมอบหมวกกันน็อคจากหน่ วยงานภาครัฐและเอกชนประมาณ 500 ใบเพื่อนำไปมอบให้ประชาชน ขณะเดียวกันสำนักงานป้องกั นและบรรเทาสาธารณภัย จ.เชียงราย ให้ข้อมูลว่าในปี 2557 จ.เชียงราย มีสถิติการเสียชีวิตจากอุบัติ เหตุบนถนนรวมจำนวน 136 คน หรือในอัตรา 11.3 ต่อปรชากรแสนคนซึ่งถือเป็นยอดสู งอันดับที่ 8 ของประเทศและมีแนวโน้มว่าจะเพิ่ มสูงขึ้นด้วย จึงทำให้ทางจังหวัดได้ ประกาศวาระดังกล่าวเพื่อหวั งจะร่วมกับทุกภาคส่วนลดการเกิ ดอุบัติเหตุลงในปีนี้ 2559 นี้ให้ได้
นายบุญส่ง กล่าวว่าในปี 2558 ที่ผ่านมา จ.เชียงราย มีอัตราเฉลี่ยการเสียชีวิตจากอุ บัติเหตุบนท้องถนนขึ้นวันละ 1.2 คน หรือเฉลี่ยเดือนละ 36 คน และปีละ 400 กว่าคนซึ่งถือว่ามีอัตราที่สู งมากดังนั้นทางจังหวัดจึงเห็นว่ าควรทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันทั้ งหมดเพื่อหยุดสถิตินี้ให้ได้ ทั้งนี้ทางจังหวัดได้สอบถามไปยั งทุกภาคส่วนแล้วได้ข้อสรุปว่าอุ บัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากความไม่ เคารพกฎจราจรและความมักง่าย รวมทั้งได้รับข้อแนะนำไปต่างๆ นานา โดยสรุปแล้วเราจะดำเนินการเป็น 2 แนวทางคือ 1.รณรงค์ให้ความรู้แก่ทุกภาคส่ วนให้เข้มข้นเพราะเมื่อได้รับข้ อมูลความรู้ซ้ำไปเรื่อยๆ ก็จะมีจิตสำนึกในที่สุด และ 2.บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น
นายบุญส่ง กล่าวอีกว่าที่ผ่านมาเมื่อทางจั งหวัดโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ ตำรวจผ่อนเบาเรื่องการบังคับใช้ กฎหมายจราจรก็ปรากฎว่ายอดอุบัติ เหตุได้เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็ นได้ชัด แต่เมื่อมีการเข้มงวดแล้วสถิติ ลดลงก็ปรากฎมีเสียงบ่นด่าเจ้าหน้ าที่ไปต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นกล่าวหาว่าจับเพื่ อหวังได้ยอดเพิ่มเพื่อจะได้รั บสินบนนำจับบ้างหรืออื่นๆ ซึ่งเรื่องนี้ตนรู้สึกเห็นใจเจ้ าหน้าที่อย่างมาก ดังนั้นเนื่องในการประกาศวาระจั งหวัดครั้งนี้ตนขอประกาศว่าต่ อไปจะมีการดำเนินการทั้ง 2 ข้ออย่างเข้มข้นไปตลอดทั้งปี โดยหวังว่าฝ่ายที่ก่นด่าเจ้าหน้ าที่จะเข้าใจเมื่อไม่มีอุบัติ เหตุก็จะเป็นผลดีต่อตัวเขาเอง และหากไม่ทำอย่างเข้มข้นอย่างนี้ และทำแบบเดิมๆ เหมือนช่วง 10 ปีที่ผ่านมาสถิติก็คงไม่ ลดลงเหมือนเดิม
“จากนี่จะมีการประเมิ นผลการดำเนินการเป็นรายเดื อนและรายรายพื้นที่อย่างต่อเนื่ อง ด้วยหวังว่าการดำเนิ นการตามวาระจังหวัดครั้งนี้ จะเห็นผลและบรรลุผลอย่างเป็นรู ปธรรมต่อไป” นายบุญส่ง กล่าว

