ระดับน้ำอำเภอปากเกร็ดยังอยู่ในเกณฑ์ต้องเฝ้าระวัง นครปากเกร็ดจัดกำลังเฝ้า 24 ชม.

นนทบุรี ระดับน้ำอำเภอปากเกร็ดยังอยู่ในเกณฑ์ต้องเฝ้าระวัง เทศบาลนครปากเกร็ดจัดชุดเฝ้าระวัง 24 ชม. แนวกั้นยังรับไหวได้สูง 3 เมตร

เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 13 ต.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์มวลน้ำในพื้นที่ของอำเภอปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งมีปริมาณมวลน้ำได้ไหลผ่านมาจากประตูระบายน้ำบางไทร อยุธยา โดยมวลน้ำดังกล่าว หากวัดจากจุดสเกลที่บอกระดับน้ำในการแจ้งเตือนให้ประชาชนได้รับทราบแบ่งออกได้ตาม 3 ระดับ คือ ระดับปกติ เฝ้าระวัง และวิกฤต ซึ่งปริมาณมวลน้ำยังคงมีการขึ้น-ลง ไม่นิ่งทั้งในช่วงเช้าและเย็น อยู่ในระดับ 1.90 เมตร ถึง 2.10 เมตร อยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงต้องเฝ้าติดตามมวลน้ำอย่างใกล้ชิด หลังมีฝนตกสะสมและพายุเข้ามาในประเทศไทยจำนวนหลายลูก

นายนิรันทร์ เปิดชั้น หัวหน้าฝ่ายป้องกันและรักษาความสงบ เทศบาลนครปากเกร็ด เปิดเผยว่า ทางสำนักงานการป้องกันน้ำท่วมขังในปี 64 ของเทศบาลนครปากเกร็ด โดยการนำของท่านนายกวิชัย บรรดาศักดิ์ ปริมาณน้ำในช่วงเช้าจะขึ้น 1 ครั้ง และช่วงเย็นถึงมืดขึ้นอีก 1 ครั้ง ประกอบกับว่ามีน้ำทะเลหนุนเข้าด้วย โดยจุดวิกฤตของเราที่เคยขึ้นสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 2.44 เมตร ซึ่งแนวคันกั้นน้ำตลอดระยะทางของเขตเทศบาลนครปากเกร็ด ประมาณ 10 กิโลเมตรเราได้ป้องกันไว้ประมาณ เผื่อมวลน้ำโอเวอร์โหลดรับได้ถึง ประมาณ 3 เมตร โดยท่านนายกวิชัยได้ใช้นโยบายตามแผนการป้องกันน้ำของปี 54 ซึ่งเมื่อปี 54 เรามีการบล็อกป้องกันน้ำต่างๆ จุดแข็ง จุดอ่อนต่างๆ จุดของท่อลอดต่างๆ ที่เรามีปัญหาเมื่อปี 54 ท่านนายกวิชัยนำมาศึกษาและแก้ไขในจุดนี้ โดยการป้องกันพื้นที่ 10 กิโลเมตร โดยมีหลายพื้นที่ของเทศบาลนครปากเกร็ด ซึ่งอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ก็จะมีบ้านเรือนของประชาชน ที่อยู่นอกชายเขื่อน แนวกั้นน้ำได้เสียสละให้เราทำแนวกั้นน้ำ เพื่อไม่ให้มวลน้ำไหลเข้ามาอยู่ในพื้นที่ ชั้นในของเทศบาลนครปากเกร็ด ก็จะมีพื้นที่ประมาณแค่ 3 ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ ที่มีพื้นที่บ้านเรือนประชาชนที่อยู่นอกเขื่อน แต่ทางเจ้าหน้าที่เราได้เข้าเยียวยา มอบถุงยังชีพ ต่อสร้างสะพานไม้ ให้ในจุดที่ประชาชนเดือดร้อน หรือมีการร้องขอ หรือไม่ร้องขอทางเจ้าหน้าที่เราก็เข้าทำสร้างสะพานให้ในจุดที่มีน้ำท่วมสูง

โดยในช่วงเช้าน้ำจะขึ้น 1 ครั้ง และช่วงเย็นก็จะขึ้นอีกครั้งหนึ่ง น้ำจะหมุนเวียนอย่างนี้ ในการป้องกันของเรา ประชาชนวางใจได้ ในเขตเทศบาลนครปากเกร็ด เพราะมีเจ้าหน้าที่หมุนเปลี่ยนสลับกันตรวจสอบแนวเขื่อนประตูน้ำต่างๆ ถึงหากมีน้ำฝนตกลงมา ทางเราก็เร่งระบายออกซึ่งไม่มีปัญหากับพื้นที่ชั้นใน 36.04 ตารางกิโลเมตร ในเขตเทศบาลที่เราควบคุมดูแลอยู่ โดยปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเข้าพื้นที่ วัดระดับได้ในจุดที่เคยขึ้นสูงสุด 2.45 เมตร ที่ขึ้นสูงสุด แต่ประสิทธิภาพในการป้องกันของเราอยู่ที่ประมาณ 3 เมตร ในการป้องกันน้ำขึ้นสูงสุดเราใช้การเทียบเคียงมวลน้ำจากปี 2554 เราใช้วิธีหลักการสังเกตการผันปล่อยระบายน้ำ จากประตูระบายน้ำของบางไทร นับเป็นตัวหลัก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเตรียมพร้อมเรื่องของวัตถุดิบ ไม่ว่าจะเป็นทรายหรือถุงกระสอบทราย ซึ่งมีความพร้อม โดยได้กำลังจากทหารและพนักงานเทศบาล และจิตอาสาต่างๆ ที่เข้ามาช่วยกัน ในการลำเลียงทรายและกระสอบทรายในการป้องกันส่วนพื้นที่ที่เป็นจุดล่อแหลม

ทางเทศบาลก็จะใช้แนวดินหรือขุดแนวดินในการบล็อคมวลน้ำตามจุดต่างๆ ที่ล่อแหลมหรือจุดต่ำที่อยู่ติดบริเวณแนวริมแม่น้ำ อาทิ วัดช่องลม ที่อยู่ติดริมแม่น้ำเลย ก็จะใช้ขุดคันดินพร้อมชิพพายแทงค้ำบล็อกเอาไว้ เพื่อกันแนวคันดินเคลื่อนตัว ในพื้นที่ดังกล่าวยังไม่น่าห่วง เพราะมีกำลังของพระสงฆ์ และชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงได้ออกมาช่วยกันทำแนวกั้นค่อนข้างเยอะ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เผยนิวคาสเซิลติดต่อหาเอเยนต์แวร์เนอร์ หวังทาบทามช่วงเปิดตลาดปีใหม่
บทความถัดไปทรายถล่มทับ 2 คนงาน ขณะซ่อมท่อประปา กู้ภัยช่วยเหลือกว่า 3 ชม. อาการสาหัส 1 ราย