สลด! ฝูงช้างป่าอ่างฤาไน พาลูกน้อย ข้ามถนนแต่ถูกรถชนตาย 1 เจ็บ 1

สลด! ฝูงช้างป่าอ่างฤาไน พาลูกน้อย ข้ามถนนแต่ถูกรถชนตาย 1 เจ็บ 1

เมื่อเวลา 19.30 น.วันนี้ 18 ต.ค. 64 ร.ต.ท.กิตติพงษ์ สีหบุตร์ รองสารวัตรเวร(สอบสวน) สภ.ระเบาะไผ่ อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งรับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยร่วมกตัญญูว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ ชนลูกช้างเสียชีวิต -พร้อมเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน มีรถยนต์เสียหาย 3 คัน มีผู้บาดเจ็บ หญิง 1ราย สถานที่เกิดเหตุบนถนนสายสระแก้วตัดใหม่ (พนมสารคาม-สระแก้ว ) หรือ สาย 359 ระหว่าง กม 62-63 บนถนนสาย 359 บ้บ้านหว้าเอน หมู่ที่ 8 ต.ว้าเอน อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น พร้อมด้วย พ.ต.อ. พงศ์อนันต์ รักษาชาติ ผกก.สภ.ระเบาะไผ่ , พล.ต.ต.วินัย นุชชา ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี ,นายชัยวรรณ นิยม นอภ.ศรีมหาโพธิ ผู้ใหญ่บ้านหว้าเอน หมู่ 8 เจ้าหน้าที่ป่าไม้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนและนายเผด็จ อลายทอง ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมปราจีนบุรีและคณะ เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ มาอำนวยการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ

เป็นถนน 4 ช่องการจราจร ผ่านรอยติดต่อระหว่าง จ.ฉะเชิงเทรา กับ จ.ปราจีนบุรี 2 ข้างทางเป็นสวนป่าสัก และสวนป่ายูคาลิปตัส สภาพเส้นทางมืดไร้แสงส่องสว่างรายทาง ฝั่งมุ่งหน้าไป อ.กบินทร์บุรี และ จ. สระแก้ว ที่ริมถนนฝั่งขวามือพบลูกช้างป่าอายุประมาณ 2 ปีถูกชนจนไส้ทะลักไหลนองออกมากองที่พื้นพร้อมเลือดไหลนองเต็มถนน นอนตายสยองคาที่บนถนน พบมีประชาชนที่ขับรถผ่านไปมาลงมามุงดูบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าสลดใจและสงสารลูกช้างมาก ใกล้ ๆ

กันพบเกิดอุบัติซ้ำซ้อน มีรถยนต์ชนกันได้รับความเสียหาย 3 คัน รถกระบะโตโยต้า หมายเลขทะเบียน กม 1459 ฉะเชิงเทรา โตโยต้า วีออส หมายเลขทะเบียน 2กค4946 กทม และ อีซูซุ หมายเลขทะเบียน รย 7692 กทม มีผู้บาดเจ็บ หญิง 1ราย ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.อาริยะ ตุ้มทอง อายุ 20 ปี ถูกหน่วยกู้ภัยฯ นำส่ง ห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน รพ.จุฬารัตน์ 304 อ.ศรีมหาโพธิ ก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกันนั้นได้เห็นโขลงช้างป่า กว่า 20 -30 ตัว ยังวนเวียนอยู่ข้างที่เกิดเหตุ หลายสิบตัวเจ้าหน้าที่อนุรักษ์เขาอ่างฤาไน ได้นำไฟส่องสว่างไปส่องหาช้างเพื่อผลักดันให้กับเข้าป่า

นายชัยวรรณ นิยม นอภ.ศรีมหาโพธิ กล่าวว่า “ได้รับแจ้งจาก ผู้ใหญ่บ้านหว้าเอน หมู่ 8 ต.หนองโพรง อ.ศรีมหาโพธิ ช่วสงเวลาประมาณ 19.00 น.เกิดอุบัติเหตุมีรถเฉี่ยวชนลูกช้างป่า อายุประมาณ 2 ปี รวม จำนวน 2 ตัว โดย 1 ตัวได้รับบาดเจ็บวิ่งเตลิดหนีกลับเข้าป่าไปรวมกับโขลงในป่าสัก อีกฝั่งถนนเขตพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา คาดว่าเป็นโขลงช้างป่าขนาดใหญ่มีจำนวนช้างป่ากว่า 20 -30 ตัว อีกตัวพบถูกรถชน นอนตายคาที่บนถนนสายสระแก้วตัดใหม่(พนมสารคาม-สระแก้ว ) หรือ 359 ช่วงระหว่าง กม 62-63 หมู่ 8 บ้านหว้าเอน ต.หนองโพรง อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี

และกล่าวต่อไปว่า “ โดยจุดที่เกิดเหตุดังกล่าวนี้เป็นบริเวณที่ช้างป่า – โขลงช้างจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน มักใช้เป็นทางข้ามฝั่งถนนจาก จ.ฉะเชิงเทรา หรือ แปดริ้วข้ามเขตเข้ามาหากินในฝั่งของ จ.ปราจีนบุรีเป็นประจำ และเมื่อเดือนที่ผ่านมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้เคยเกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนช้างป่าจนงาหักได้รับบาดเจ็บ ในบริเวณนี้มาก่อนหน้าแล้วครั้งหนึ่ง

“ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุ ในครั้งนี้ มีผู้พบมีรถยนต์ได้ขับขี่ชนลูกช้าง 2 ตัวที่ซุกซน กำลังเดินข้ามถนนมาฝั่ง จ.ปราจีนบุรี ตัวหนึ่งบาดเจ็บและวิ่งกลับไปรวมฝูง อีกตัวโดนชนอย่างแรงล้มทรุดลงจนตายคาที่ จากนั้นมีรถกระบะ 2 คันที่วิ่งผ่านมาเห็นเหตุการณ์ได้จอดเพื่อช่วยเหลือลูกช้างป่า แต่ได้มีรถเก๋งขับตามมา มองไม่เห็นจึงชนท้ายกระบะทั้ง 2 คัน และคนขับขี่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ในเบื้องต้นนี้หลังจากเคลียร์เส้นทาง เรียบร้อย ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมกับป่าไม้ ในเปิดไฟให้สัญญาณ ป้องกันช้างป่าที่จะออกมา และคอยจุดปะทัดผลักดันเป็นระยะ ๆ” นายชัยวรรณ กล่าว

ด้านนายกฤษกร แน่นอน เจ้าของรถยนต์กระบะ toyota สีขาว หมายทะเบียน กม.1459 ฉะเชิงเทรา กล่าวว่าขณะที่ตนขับรถมาบนถนน เห็นรถเก๋งโตโยต้าสีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน 2กค.4946กทม. จอดอยู่ด้านหน้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทันใดนั้นก็มีรถที่วิ่งตามมาได้ชนท้ายกัน3คันรวด เมื่อจอดรถลงไปดูจึงพบว่าคนขับรถเก๋งคันดังกล่าวได้รับบาดเจ็บ และเห็นลูกช้างนอนชีวิตอยู่บนถนนแล้ว”

ขณะที่ พล.ต.ต.วินัย นุชชา ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี กล่าวว่า ได้รับแจ้งว่าขณะเกิดเหตุพลเมืองดีเห็นลูกช้างถูกรถยนต์ไม่ทราบชนิดชนได้รับบาดเจ็บอยู่บนถนนและเสียชีวิต 1 ตัว และ บาดเจ็บตามฝูงช้างไปอีก 1 ตัว รถยนต์และรถเก๋งที่ขับวิ่งตามกันมาเสียหลักชนท้ายกัน 3 คันรวด เหตุการณ์ดังกล่าวทุกคนรู้สึกเสียใจและอยากฝากเตือนพี่น้องประชาชนให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง

ด้าน นายเผด็จ ลายทอง กล่าวว่า สร้างความสลดหดหู่ให้กับประชาชนผู้พบเห็นและเจ้าหน้าที่อย่างมาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจเป็นเหตุสุดวิสัยเพราะบริเวณจุดดังกล่าวเป็นเส้นทางเดินผ่านของฝูงช้างป่าเขาอ่างฤาไนข้ามมาหากินในพื้นที่ดังกล่าว

แม้จะมีการติดป้ายระวังช้างป่าแต่ถนน 4 เลนประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาใช้ความเร็วได้พอสมควรและลืมคำนึงถึงป้ายเตือน และอยากฝากทางกรมทางหลวงให้ติดป้ายเพิ่มขึ้นและติดไฟส่องสว่างบริเวณเส้นทางเดินของช้างด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสลดขึ้นอีก ซากลูกช้างป่าจะนำไปผ่าพิสูจน์และฝังทำลายในส่วนของอุทยานฯ ที่เหมาะสมต่อไป

ขณะที่ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ช้างชุดนี้มีประมาณ 30 กว่าตัว แต่ที่มาอยู่ นี่ 2 ตัว ชื่อแข็งแกร่ง อีกตัวไม่รู้จักชื่อของมัน มันน่าจะออกมาหากินอาหารหรือป่าวก็ไม่รู้ แต่ก็เฝ้าระวังช้างชุดนี้อยู่แต่ถ้าช้างมันมาเยอะ ก็จะเรียกป่าไม้มาช่วยพลผักดันออกไป แต่ว่าช้าง 2 ตัวนี้ก็ไม่ได้ไล่มันไป เห็นมันมีอยู่แค่ 2 ตัวก็เลยปล่อยมันไว้ก่อน

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon