เมื่อวันที่ 27 กันยายน น.ส.นนทวรรณ จงจิตร นายก อบต.น้ำร้อน อ.เมืองเพชรบูรณ์ นำสมาชิก อบต.ในพื้นที่ ลงสำรวจพื้นที่น้ำท่วมที่บ้านทุ่งหินปูน หมู่ 4 ต.น้ำร้อน หลังจากกระแสน้ำใน 8 หมู่บ้านเริ่มลดระดับลง แต่มวลน้ำก้อนดังกล่าวยังคงไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่บ้านทุ่งหินปูน ระดับน้ำสูงราว 50-80 ซม. โดยถนนทางเข้าหมู่บ้านมีกระแสน้ำไหลตัดผ่านและมีความเชี่ยวกรากทำให้การสัญจรเข้าออกมีความยากลำบาก นอกจากนี้มีบ้านเรือนราษฎรกว่า 120 หลังคาเรือนได้รับผลกระทบ ในขณะที่นาข้าวที่กำลังจะเก็บเกี่ยวอีกราว 800 ไร่ ต้องจมน้ำได้รับความเสียหายเพราะเก็บเกี่ยวไม่ทัน และล่าสุดระดับน้ำยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องเพราะมีน้ำจากแม่น้ำป่าสักไหลเข้าหนุนอีกด้วย
นายจำนงค์ นวลหยวก สมาชิก อบต.น้ำร้อน ระบุว่า นาข้าว 8 ไร่ ลงทุนไปราว 60,000 บาท ตอนนี้ถูกน้ำท่วมเสียหายยับเยิน ซึ่งเวลานี้ชาวนาก็ตกอยู่ในสภาพเช่นเดียวกัน ในขณะที่บางรายเกือบสิ้นเนื้อประดาตัว ชาวนาบางคนพยายามจ้างรถไปเกี่ยวข้าวที่ถูกน้ำท่วม แต่พอนำไปขายให้ทางโรงสีก็ขึ้นอยู่กับสภาพแต่เกวียนละไม่เกิน 3,000 บาท ส่วนใหญ่จำยอมเพราะดีกว่าไม่ได้อะไรเลย
ด้านน.ส.นนทวรรณกล่าวว่า ในภาพรวมบ้านเรือนราษฎรได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมกว่า 1,000 ครอบครัว และนาข้าวจมน้ำได้รับความเสียหายกว่า 2,000 ไร่ ส่วนภาวะน้ำท่วมเหลือเพียงหมู่ 4 บ้านทุ่งหินปูนที่ยังมีน้ำท่วมอยู่และค่อนข้างหนัก และคาดว่าระดับน้ำจะเอ่อท่วมไปคอกราว 2-3 วัน เพราะแม่น้ำป่าสักหนุน ทำให้มวลน้ำก้อนนี้ถูกยันไว้จนไม่สามารถไหลระบายลงแม่น้ำป่าสักได้ ส่วนแนวทางแก้ไขปัญหาในระยะยาวต้องสร้างอ่างเก็บน้ำที่เขาขาด เพราะไม่เพียงป้องกันน้ำท่วมแล้วยังเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งอีกด้วย
ข่าวระบุว่า ที่ อ.หนองไผ่ น้ำป่าจากเขาวังเหวได้ไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่หลายตำบล ได้แก่ ต.ยางงาม ต.นาเฉลียง ต.เฉลียงทอง ต.ห้วยโป่ง โดยเฉพาะบ้านหัวโตก หมู่ 4 ต.เฉลียงทอง น้ำท่วมเป็นรอบที่ 8 แต่ในรอบนี้น้ำท่วมค่อนข้างหนัก ระดับน้ำสูงราว 50-80 ซม. ในขณะที่โรงเรียนบ้านหัวโตก และโรงเรียนนาเฉลียงใต้ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เพชรบูรณ์เขต 3 จำเป็นต้องปิดการเรียนการสอน พร้อมแจ้งให้ผู้ปกครองมารับเด็กนักเรียนกลับบ้าน สำหรับนักเรียนที่เหลือทางโรงเรียนต้องขับรถไปส่ง อย่างไรก็ตาม ล่าสุดที่เทศบาลตำบลหนองไผ่ น้ำจากเขื่อนคลองยาง ต.หนองไผ่ ได้ไหลเอ่อท่วมบริเวณถนนสระบุรี-หล่มสัก บริเวณหน้าโรงสีรุ่งอรุณพัฒนายาวเกือบ 1 กิโลเมตร โดยระดับน้ำท่วมสูงราว 50 ซม. ทำให้บ้านเรือนราษฎรที่อยู่ริมถนต้องเร่งขนย้ายทรัพย์สินหนีน้ำจนวุ่นวาย

