วันที่ 27 กันยายน พ.อ.สุรวุฒิ ชุติวิทย์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และดำเนินการกรณีการก่อสร้างอาคาร 40 หลัง รุกชายหาดความยาว 400 เมตร บริเวณริมถนนนเรศดำริห์ ตั้งแต่ศาลเจ้าแม่ทับทิมถึงสะพานปลา ในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน ที่ห้องประชุมนเรศดำริห์ สำนักงานเทศบาลเมืองหัวหิน โดยมี นายสุทธิพงษ์ คล้ายอุดม นายอำเภอหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน เจ้าหน้าที่ทหารจากค่ายธนะรัชต์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปทส. สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 3 และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อหาแนวทางการปฏิบัติกับผู้บุกรุกที่ 1 ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 ของเทศบาล และ พ.ร.บ.การเดินเรือในน่าน้ำไทย 2456 ของกรมเจ้าท่า หลังจากศาลฎีกามีคำพิพากษา 9 ราย ให้จ่ายค่าปรับรายวัน และรื้อถอนอาคารรุกล้ำชายหาดหัวหินภายใน 30 วันภายในวันที่ 14 ตุลาคมนี้
และเร่งรัดใช้ประกาศคณะปฏิวัติที่ 44 /2502 คำสั่ง คสช.ที่ 4/2558 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทหารมีอำนาจในการรื้อถอนอาคารของผู้บุกรุกกลุ่มที่ 2 ตามนโยบายจัดระเบียบชายหาดของรัฐบาล และคณะกรรมการจะเชิญกลุ่มผู้บุกรุกทั้งหมดมาเจรจาเพื่อชี้แจงขั้นตอนของกฎหมายให้รับทราบภายในสัปดาห์หน้า โดยมีข้อเสนอให้ผู้บุกรุกรื้อถอนเอง หรือมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐทำการรื้อถอน แต่ผู้ครอบครองอาคารต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวรายงาน ในการประชุมดังกล่าวยอมรับว่ากระทรวงมหาดไทยได้เร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามกฎหมาย โดยมีการตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อติดตามการรื้อถอน เนื่องจากการใช้คำสั่ง ปว.44/2502 โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ลงนามให้รื้อถอนหลังปิดประกาศภายใน 15 วัน การดำเนินการต้องรอบคอบรัดกุม ก่อนเสนอลงนามเพื่อออกคำสั่งผู้เกี่ยวข้องต้องมีรายละเอียดที่ชัดเจนทั้งรายชื่อผู้บุกรุกเป็นปัจจุบัน และลักษณะของอาคารทุกหลัง
ทั้งนี้ นายอำเภอหัวหินได้ขอความร่วมมือบุคคลที่ไม่มีรายชื่อในคณะกรรมการไม่ควรแสดงความเห็น จากนั้นมีการโต้ตอบกว่า 10 นาที ระหว่างนายอำเภอหัวหินและนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน กรณีนายอำเภอกล่าวในที่ประชุมว่าการดำเนินการรื้อถอนอาคารรุกชายหาดล่าช้า อาจมีบางหน่วยงานเข้าข่ายละเว้นในการปฏิบัติหน้าที่ทำให้นายกเทศมนตรีไม่พอใจ ทำให้มีปัญหาบานปลายต่อเนื่องกับการใช้งบประมาณ 32.9 ล้านบาท เพื่อให้เทศบาลหัวหินทำโครงการบำบัดขยะ 1.65 แสนตันในพื้นที่ อบต.ทับใต้ อ.หัวหิน แต่มีปัญหาหลังจากสำนักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมทำหนังสือเรียกเงินคืนทั้งหมด และก่อนหน้านั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปทส. ได้ทำการจับกุมเจ้าหน้าที่บริษัทผู้รับเหมาที่ลงนามในสัญญาจ้างกับเทศบาลหัวหิน มีการยึดเครื่องจักรกลหนักพร้อมแจ้งข้อหาบุกรุกที่ดินสาธารณประโยชน์ขณะเข้าบำบัดขยะตามสัญญาจ้าง

