หนุ่มชาวลาว ซิ่งเก๋งแหกโค้ง แยกป้ายเขื่อนขุนด่าน จนท.เร่งหามส่งโรงพยาบาล

หนุ่มชาวลาว ซิ่งเก๋งเสียหลักแหกโค้ง แยกป้ายเขื่อนขุนด่าน จนท.เร่งหามส่งโรงพยาบาล

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ภาพจากกล้องหน้ารถของกู้ชีพหินตั้ง ที่กำลังจะไปส่งผู้ป่วยป่วยที่โรงพยาบาลนครจนายก จับภาพรถเก๋งฮอนด้า สีดำ หมายเลขทะเบียน กม217 นครปฐม เกิดเหตุ ได้ขับแซงซ้ายไปด้วยความเร็ว ตามไหล่ทางก่อนหลุดโค้งพุ่งชนป้ายประกาศของวัดชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดนครนายกจนเสาหักแล้วไปชนกันต้นไม้ข้างป้ายเขื่อนขุนด่าน ในสภาพตะแครงข้างรถพังเสียหายทั้งคัน

ที่เกิดเหตุ บนถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข. 3049 ตำบล บ้านใหญ่ อำเภอเมืองนครนายก บริเวณจุดสี่แยกบุ่งกระเบา ฝั่งขาเข้าเทศบาลเมืองนครนายก มีผู้ติดภายใน 2 คน ยังมีสติอยู่  โดยกู้ภัยได้ช่วยนายน้อย อายุ 30 ปี ชาวลาว(เสื้อดำ) ซึ่งเป็นคนขับออกมาได้ก่อน พบมีบาดแผลข้อเท้าขวาฉีก ส่วนคนที่สองชื่อนายจอย อายุ 45 ปี ชาวลาว(เสื้อเขียว) มีแผลฉีกตามลำตัวหลายแห่ง กู้ภัยสว่างอริยะเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลนครนายก

ด้านนางสาว วนิดา หนูวอ อายุ 32 ปี  ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ตอนนั้นตนอยู่ในรถรอสัญญาณไฟ เห็นรถเก๋งคันที่ประสบเหตุ ขับมาตามไหลทางด้วยความเร็ว ไม่เปิดไฟหน้าก่อนจะเสียหลักชนป้ายและพุ่งไปชนต้นไม้

นางสาวภัทรวดี ย่อยอด อายุ 22 ปี แฟนคนขับรถเก๋ง กล่าวว่า ตนเป็นแฟนของนายน้อย ที่เป็นคนขับรถ โดยวันนี้ตั้งแต่เช้ากลุ่มเพื่อนคนงานได้เลี้ยงฉลองวันเกิดน้า และวันนี้เป็นหยุด ได้ตั้งวงดื่มเหล้าเบียร์กันที่ที่พัก จนกระทั้งก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 ชั่วโมง นายน้อย กับนายจอย ได้เอารถเก๋งฮอนด้า ที่หัวหน้างานเอามาให้ใช้ตอนทำงานออกมาซื้อเหล้าเพิ่ม โดยบอกคนในวงว่าเดี๋ยวกลับมา จนเวลาผ่านไปนานกว่า1 ชั่วโมง ตนรู้สึกผิดสังเกต จึงโทรหานายน้อย แต่กู้ภัยเป็นคนรับสายบอกว่านายน้อยประสบอุบัติเหตุ ติดอยู่ภายในรถ
ตอนนี้เท่าที่ตนทราบอาการของนายน้อย 50/50 ปกติแล้ว นายน้อยไม่ค่อยได้ขับรถ และตอนนำรถออกมาก็อยู่ในอาการมึนเมาเพราะดื่มเหล้าเบียร์ตั้งแต่เช้า ซึ่งเบียร์หมดไป 4-5 ลัง

โดยหลังจากนี้ต้องรอผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ของผู้ขับขี่ หลังจากที่แพทย์ทำการรักษาบาดแผลที่ได้รับอุบัติเหตุ หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำภาพจากล้องวงจรปิดบริเวณสี่แยกมาตรวจสอบ ประกอบกับผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในร่างกาย มาประกอบสำนวนและเรียกตัวนายน้อย ผู้ขับขี่มาให้การเพิ่มเติมต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon