โคราชเตรียมรับพายุลูกใหม่ เริ่มระบายน้ำเขื่อนลำตะคอง ด้าน 4 เขื่อนใหญ่ 18 อ่างขนาดกลาง น้ำเกินความจุ

โคราชเตรียมรับพายุลูกใหม่ เริ่มระบายน้ำเขื่อนลำตะคองแล้ว ด้าน 4 เขื่อนใหญ่ 18 อ่างขนาดกลางน้ำเกินความจุ เตือน 11 อำเภอ เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 25 ตุลาคม ที่อาคารระบายน้ำ เขื่อนลำตะคอง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง สำนักงานชลประทานที่ 8 (ชป.8) นครราชสีมา ได้ปฏิบัติการเริ่มระบายน้ำลงสู่ลำตะคองตอนล่าง อัตราวันละ 86,400 ลบ.ม. สถานการณ์ล่าสุดมีปริมาณน้ำ 331.546 ล้าน ลบ.ม. หรือ 105.42% ของพื้นที่ความจุ และสามารถรองรับน้ำได้อีกประมาณ 50 ล้าน ลบ.ม.

ส่วนสถานการณ์น้ำใน เขื่อนขนาดใหญ่ ที่อยู่ในการดูแลรับผิดชอบของ ชป.8 นครราชสีมา เขื่อนลำแชะ อ.ครบุรี 271 ล้าน ลบ.ม.หรือ 99% ของพื้นที่เก็บกัก 275 ล้าน ลบ.ม.เขื่อนลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย 154 ล้าน ลบ.ม. หรือ 99.77% ของพื้นที่เก็บกัก 155 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนลำมูลบน อ.ครบุรี 146.347 ล้าน ลบ.ม. หรือ 104 % ของพื้นที่เก็บกัก 141 ล้าน ลบ.ม.

ส่วน อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 23 แห่ง มีจำนวน 18 อ่าง มีปริมาณน้ำเกิน 100% และ 3 อ่าง มีปริมาณน้ำเกิน 90% ส่วนอ่างลำเชียงไกรตอนล่าง อ.โนนไทย มีน้ำ 65.21% อ่างเก็บน้ำบึงกระโดน อ.ประทาย 23% ของพื้นที่เก็บกัก

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะประธานคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยจังหวัดนครราชสีมา ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วาระสำคัญกรณีการพยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้าของกรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ในช่วงวันที่ 27-28 ต.ค.นี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่กับมีฝนตกหนักถึงหนักมาก จึงจำเป็นต้องระบายน้ำออกจากเขื่อนลำตะคอง อัตราวันละ 1-1.5 ล้าน ลบ.ม.ตั้งแต่บัดนี้ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบพื้นที่ท้ายเขื่อนลำตะคองและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ดำเนินการดังนี้

1.พื้นที่ลำตะคองตอนล่าง อ.สีคิ้ว อ.สูงเนิน อ.ขามทะเลสอ อ.เมือง เขตเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา
อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.จักราช อ.โนนสูง อ.พิมาย อ.ชุมพวง อ.ลำทะเมนชัย และ อ.เมืองยาง แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่สองฝั่งริมน้ำอาจได้รับผลกระทบ ให้ทราบถึงสถานการณ์น้ำอยู่ในภาวะเฝ้าระวังระดับการแจ้งเตือนสีน้ำเงิน โดยให้ติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด และให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

2.จัดเวรเฝ้าระวังประจำตามจุดเสี่ยง เพื่อประเมินสถานการณ์ที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชน หากพบก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินให้อพยพประชาชนไปยังจุดอพยพที่ได้จัดเตรียมไว้ทันที

3.ให้ความสำคัญการแจ้งให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึง และให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการอย่างใกล้ชิด

4.ประสานบูรณาการหน่วยงานภาครัฐ เครือข่ายภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และประชาชนจิตอาสาภัยพิบัติในพื้นที่ เตรียมความพร้อมทรัพยากร เครื่องจักรกลสาธารณภัย และกำลังพลให้มีความพร้อมปฏิบัติงานตามแผนเผชิญเหตุ และการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยตลอด 24 ชั่วโมง

5.รายงานสถานการณ์และผลดำเนินการให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทราบทันที จนกว่าสถานการณ์จะสิ้นสุด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon