วันที่ 28 กันยายน เมื่อเวลา 04.30 น. ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ได้แจ้งให้ สภ.เถิน อ.เถิน จ.ลำปาง เร่งไปตรวจสอบอุบัติเหตุรถโดยสารประจำทางสายกรุงเทพมหานคร-เชียงใหม่ ประสบอุบัติเหตุพลิกตะแคงร่องกลางถนน มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก พร้อมเร่งประสานให้เจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลเถิน เจ้าหน้าที่กู้ภัยออมบุญเถิน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยเถินบุรี รวมถึงหลายหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ อ.เถิน รีบไปยังจุดเกิดเหตุ เพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เหตุเกิดขึ้นบนถนนพหลโยธินสายลำปาง-ตาก ขาเข้า จ.ลำปาง ขาเข้า จ.ลำปาง บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 606-607 เขตบ้านสองแควตะวันออก หมู่ 9 ต.เถินบุรี อ.เถิน จ.ลำปาง
พ.ต.อ.กนิษฐ ประสานสุข ผู้กำกับการ สภ.เถิน และ นายชาคร ณ ลำปาง หัวหน้าสำนักงานป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง สาขาเถิน พร้อมเจ้าหน้าที่ รีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบรถโดยสารประจำทางสีฟ้า-ขาว สายกรุงเทพมหานคร-เชียงใหม่ เลขข้างรถ 18-13 ของบริษัท วิริยะทัวร์ จำกัด ซึ่งเป็นรถร่วม บขส. ทะเบียน 14-0792 กรุงเทพมหานคร พลิกตะแคงข้างอยู่ร่องกลางถนน สภาพหน้ารถมีรอยชน จนเกิดกระจกแตก เนื่องจากได้พุ่งชนเสาไฟฟ้าเหล็กส่องสว่างไป 2 ต้น จนหักโค่นลงมา
ส่วนผู้โดยสารทั้งหญิงและชาย ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ทยอยออกมาจากช่องลมระบายอากาศบนหลังคา เนื่องจากประตูฉุกเฉิน และประตูออกปกติรถทับตะแคงปิดทับอยู่ ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพและกู้ภัยจึงเร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ซึ่งมีผู้โดยสารมาทั้งหมด 14 คน แต่ได้รับบาดเจ็บเพียง 13 คน แบ่งเป็นชาย 7 คน และหญิง 6 คน ในจำนวนนี้มีบาดเจ็บสาหัส 2 คน เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลเถินอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะส่งต่อผู้บาดเจ็บสาหัสส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลลำปาง
พ.ต.อ.กนิษฐกล่าวหลังตรวจสอบที่เกิดเหตุว่า ในช่วงเวลาเกิดเหตุหมอกลงปกคลุมพื้นที่หนาทึบมาก คนขับรถโดยสารคันดังกล่าว ทราบชื่อ นายเจริญ โพนกระโทก อายุ 35 ปี ชาว จ.นครราชสีมา ที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ ให้การว่า ได้ขับมาทางตรง และกำลังจะแซงรถบรรทุกพ่วง ขณะนั้นรถบรรทุกได้ขับเบียดเข้ามาขณะที่รถโดยสารแซง ประกอบกับคนขับไม่เห็นทางจากหมอกหนาทึบปกคลุม ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นระยะไกลไม่ดีนัก จึงทำให้พุ่งชนเสาไฟฟ้า และตกลงร่องกลางถนน และพลิกตะแคงข้าง
ด้านบริเวณหน้าห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลลำปาง ทางโรงพยาบาลได้ขึ้นป้ายรายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น โดยสรุปมีผู้บาดเจ็บ 13 คน ในจำนวนนี้มีหญิงชาวเมียนมา 1 คน ทั้งนี้ หลังทางแพทย์ และพยาบาลให้ความช่วยเหลือแล้วและปลอดภัย เนื่องจากบาดเจ็บเล็กน้อย ทางแพทย์จึงอนุญาตให้กลับบ้านได้ 10 คน และต้องนอนพักรักษา เพื่อรอดูอาการ 2 คน และส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลลำปาง 2 คน เนื่องจากอาการสาหัส

