วันที่ 28 กันยายน นายอำพล ยุติโกมินทร์ อดีตเลขาธิการสมาพันธ์ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 3 ตัวแทนปลัด อบต. ในจังหวัดนครปฐมเพื่อร่วมคัดเลือกผู้แทนคณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล (ก.อบต.กลาง) ในวันที่ 4 ตุลาคม โดยจะต้องได้รับการคัดเลือกจากตัวแทนปลัดทั้ง 75 จังหวัดทั่วประเทศนั้น ขณะนี้ได้ประกาศนโยบายและแนวทางในการหาเสียงใน 4 ประเด็น โดยเฉพาะการปฏิรูปท้องถิ่นด้วยการควบรวมองค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) มีการเปลี่ยนแปลงฐานะให้ อบต.เป็นเทศบาล แต่การควบรวมที่ใช้เกณฑ์ประชากร 7,000 คน รายได้ไม่รวมเงินอุดหนุน 20 ล้าน ยังไม่มีความชัดเจนว่าประชาชนจะได้ประโยชน์หรือไม่
“หากใช้หลักเกณฑ์นี้เป็นตัวชี้วัด อปท.ทั่วประเทศจะเหลืออยู่ประมาณ 3,000 แห่ง ที่สำคัญยังไม่เห็นแนวทางที่เสนอควบคู่กับการควบรวมว่า จะมีการเกลี่ยอัตรากำลังของข้าราชการและพนักงานท้องถิ่นอย่างไร แต่ขณะนี้ ก.กลางได้มีมติให้เปิดสอบเพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการท้องถิ่นถึง 3,000 กว่าอัตรา ซึ่งขัดแย้งกับนโยบายการควบรวม ทั้งที่การเสนอให้มีการควบรวมควรจะกำหนดมาตรการออกมารองรับเพื่อเกลี่ยอัตรากำลังที่มีอยู่ให้มีความชัดเจนก่อน และผู้ที่ได้รับผลกระทบมีความพึงพอใจมากกว่าการเปิดสอบใหม่ให้มีปัญหาเพิ่มมากขึ้น “นายอำพลกล่าว
อดีตเลขาธิการสมาพันธ์ฯ กล่าวอีกว่า ก่อนการควบรวมท้องถิ่นควรมีข้อเสนอให้ผู้ที่มีความประสงค์เข้าโครงการเกษียณก่อนกำหนด หรือกำหนดให้ผู้ที่มีอายุราชการหรืออายุมาก ตัดสินใจเข้าโครงการเพื่อลดจำนวนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการควบรวมทุกตำแหน่ง นอกจากนั้นควรประสานงานกับส่วนราชการทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคในการหาอัตราว่างที่ส่วนราชการนั้นต้องการบุคลากร และให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่สนใจและยินยอมโอนไปสังกัดตัดสินใจโอนย้าย โดยขอให้ราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาคยุติการสอบและให้รับโอนข้าราชการท้องถิ่นที่สมัครใจทุกตำแหน่ง
“หากยังมีอัตรากำลังเหลืออีก ผู้มีอำนาจควรมีบทเฉพาะกาลออกมารองรับข้าราชการท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้เพื่อให้เกิดความมั่นใจและพร้อมที่จะรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ” นายอำพลกล่าว

