วันที่ 28 กันยายน จากกรณีภาคประชาคมร้องสำนักงาน ป.ป.ช.-สตง.และ ป.ป.ท.พื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยอ้างว่าผู้บริหารและปลัด อบต.สามัคคี ร่วมกันทุจริตโครงการซ่อมแซมถนนลูกรังและยังมีโครงการประปาตั้งแต่ปี 2552-2559 งบประมาณกว่า 20 ล้านบาท ล่าสุด ป.ป.ท.และ สตง. ตรวจพบว่ามีการปลอมลายเซ็นผู้ใหญ่บ้านในการตั้งโครงการและร่วมถึงการตั้งฎีกาเบิกทับซ้อน โดยที่ห้องประชุมสภา อบต.สามัคคี อ.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์ นายสุภัทรชัย หันจรัส ประธานสภา อบต.สามัคคี เป็นประธานประชุมสภา อบต.สามัคคี เพื่อสรุปปัญหาและผลการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนจากภาคประชาชน กรณีให้สภาตรวจสอบปัญหาโครงการซ่อมแซมถนนลูกรังในปีงบประมาณตั้งแต่ปี 2552 ถึงปี 2559 โดยการประชุมทางสภาได้เชิญนายกและปลัด อบต.เข้าร่วม แต่ทั้งสองคนไม่ได้เข้าร่วมแต่อย่างใด ท่ามกลางการรักษาความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
นายสุภัทรชัยกล่าวว่า ในวันนี้เป็นการประชุมสภา อบต.สามัคคี เพื่อสรุปปัญหาและผลการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนจากภาคประชาชนกรณีให้สภาตรวจสอบปัญหาโครงการซ่อมแซมถนนลูกรังในปีงบประมาณตั้งแต่ปี 2552 ถึงปี 2559 โดยชาวบ้านระบุว่ามีการทุจริตอยู่หลายโครงการ ดังนั้นทางสภา อบต.สามัคคี จึงมีมติให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้น พร้อมกับให้สมาชิก อบต.แต่ละหมู่บ้านทั้ง 15 หมู่บ้าน ลงพื้นที่เข้าไปตรวจสอบแล้วนำผลกลับมารายงานในที่ประชุม ซึ่งผลการตรวจสอบในพื้นที่เบื้องต้นพบว่าเป็นจริงตามที่มีผู้ร้องเรียนมา โดยเฉพาะงบประมานในปี 2558 และปี 2559 มีการตั้งฎีกาแล้วเบิกเงินโครงการซ่อมแซมถนน แต่ในพื้นที่กลับไม่มีถนน ซึ่งเป็นถนนผี ถนนบางสายมีการตั้งงบประมาณเข้าไปซ่อม แต่กลับเป็นการซ่อมแซมทับซ้อนกับ อบจ.กาฬสินธุ์ ซึ่งดำเนินการซ่อมไปแล้ว นอกจากนี้ หินลูกรังที่นำไปใช้ซ่อมถนนหลายสายไม่ครบ เพราะพื้นถนนบางกว่าปริมาณหินที่ควรจะหนากว่านี้ อีกทั้งถนนหลายสายยังมีการตั้งงบประมาณซ่อมแซมหลายครั้งในปีเดียว
นายสุภัทรชัยกล่าวต่อว่า ที่สำคัญจากการตรวจสอบพบว่าทางผู้บริหารได้แจ้งโครงการซ่อมแซมถนนลูกรังกับสภาโดยเป็นการรายงานเท็จ ในการซ่อมแซมถนนลูกรังในปี 2558 จำนวน 3 โครงการ แต่ความจริงแล้วกลับไปดำเนินการซ่อม 12 โครงการ และในปี 2559 ได้แจ้งสภาว่ามีโครงการซ่อมแซมถนนลูกรังจำนวน 4 โครงการ แต่ดำเนินการซ่อมและเจ้าหน้าที่สตง.กาฬสินธุ์ตรวจพบ 9 โครงการ ซึ่งถือเป็นการจงใจเลี่ยงและเจตนาเอางบประมาณไม่ผ่านสภาผิดกฎระเบียบอย่างเห็นได้ชัด

“สำหรับการประชุมครั้งนี้คณะกรรมการสภายังได้ทำหนังสือแจ้งไปยังนายเกียรติศักดิ์ บัวคำโคตร นายก อบต.สามัคคี และจ่าเอกสมพงษ์ สกุลรัตน์ ปลัด อบต.สามัคคี เพื่อให้เข้ามารับฟังและชี้แจงด้วย แต่กลับไม่เข้ามาประชุมชี้แจง ซึ่งอ้างว่าติดราชการ และยังไม่ยอมให้เอกสารใดๆ เกี่ยวกับโครงการซ่อมแซมถนนลูกรัง ซึ่งถือเป็นการทำผิด พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ดังนั้น ทางสภาจึงต้องรวบรวมข้อร้องเรียนและหลักฐานต่างๆ ส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งท้องถิ่นอำเภอ ท้องถิ่นจังหวัด สตง.กาฬสินธุ์ ป.ป.ท.และ ป.ป.ช.เพื่อให้เร่งดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งหากพบการกระทำผิดทุจริตให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด” นายสุภัทรชัยกล่าว
อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมสภายังได้ลงมติให้ปลดจ่าเอกสมพงษ์ ออกจากตำแหน่งเลขานุการสภา อบต.สามัคคี แต่จ่าเอกสมพงษ์นั้นได้ยื่นใบลาออกไปก่อนหน้านี้แล้ว อีกทั้งยังมีการลงมติด้วยคะแนน 18 เสียง ต่อ 8 เสียง ให้ดำเนินการย้ายปลัด อบต.สามัคคี ออกนอกพื้นที่โดยด่วนภายใน 24 ชั่วโมง จนกว่าผลการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะแล้วเสร็จ เนื่องจากเกรงว่าจะใช้อำนาจหน้าที่ขัดขวางในด้านเอกสารที่จะต้องตรวจสอบ และเป็นอุปสรรคในการตรวจสอบ แต่เรื่องการย้ายนั้นทางสภาไม่มีอำนาจหน้าที่ที่จะสามารถทำได้ จึงต้องทำหนังสือส่งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแล และท้องถิ่นอำเภอ รวมทั้งนายอำเภอร่องคำ เพื่อดำเนินการย้ายปลัดออกนอกพื้นที่ ส่วนนายก อบต.สามัคคี ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆ ตรวจสอบต่อไป
ด้านนายบุญเพ็ง เยาวบุตร ในฐานะตัวแทนภาคประชาชนของชาว ต.สามัคคี อ.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์ ยืนยันที่จะเดินหน้าต่อสู้ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องที่ทุจริตคอร์รัปชั่นงบประมาณโครงการซ่อมแซมถนนลูกรังทั้งหมด และทวงเงินของแผ่นดินคืน เพื่อให้เงินจากภาษีพี่น้องประชาชนทุกบาททุกสตางค์ไม่เสียเปล่า และเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน

