นายกส.ฉะเชิงเทราจัดทอดกฐินทางน้ำวัดท่าอิฐ สร้างอาคารใต้ฐานหลวงพ่อ ปรับภูมิทัศน์ตลาด ยอด8.1 ล้าน


“อรรถพล”นายกสมาคมฉะเชิงเทราจัดทอดกฐินใหญ่ทางน้ำ สร้างอาคารพลังบุญใหญ่สว่างใต้ฐานหลวงพ่อสมปราถนา-ปรับภูมิทัศน์ตลาดโอทอปช่วยเหลือชาวบ้าน ยอดเงิน 8.1 ล้านบาท ทั้ง อสส.ปลัดมท. อธ.อัยการ ข้าราชการ นักธุรกิจประชาชนร่วมพลังบุญคับคั่ง ใต้คอนเซ็ปต์รักสามัคคีสบายๆสไตล์เเปดริ้ว

ศาสตราจารย์พิเศษ อรรถพล ใหญ่สว่าง อดีตอัยการสูงสุด ในฐานะนายกสมาคมชาวฉะเชิงเทรา ร่วมกับนายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานทอดกฐินสามัคคี โดยเป็นการทอดกฐินทางเรือ ที่วัดไชยภูมิธาราม หรือวัดท่าอิฐ ตำบลบางพระ อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ที่ผ่านมา

โดยมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ นักธุรกิจ เเละประชาชนมาร่วมทอดกฐินจำนวนมาก อาทิเช่น นายสิงห์ชัย ทนินซ้อน อัยการสูงสุด นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เเละดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ ภรรยา ,พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ,พล.ต.อ.สมชาย วาณิชเสนี ,นายอนันต์ วงศ์พานิช 3 นายกกิตติมศักดิ์สมาคมชาวฉะเชิงเทรา
,ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ประธานมูลนิธิฉะเชิงเทราเพื่อการพัฒนา, นายศักดาช่วงรังษี อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาตลิ่งชัน , นายสมใจ โดศุกลวรรณ์อธิบดีอัยการภาค 2 , นายภาณุพล รัตนกาญจนภัทร ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย,นายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ประธานกรรมการ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ,นายโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์ประธานกรรมการ บริษัท ดับเบิ้ลเอ (1991) จำกัด (มหาชน) ,นายสมโภชน์ อาหุนัยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) , น.ส.วลัยณัฐ ตรีวิศวเวทย์” กรรมการผู้จัดการ บมจ.ทีทีดับบลิว, นายอนุรักษ์ อินทรภูวศักดิ์รองประธาน บริษัท เอเอเอสออโต้เซอร์วิส จำกัด,นายวีรพงศ์ เกษดำรงพาณิชย์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมมิตรภาพบางแค ฯ

โดยเมื่อถึงเวลาเริ่มงานในช่วงเช้า ผู้ร่วมทอดกฐิน ได้นั่งเรือไฟฟ้าซึ่งเป็นเรือที่ไม่มีมลพิษ หรือมลภาวะ จากจวนผู้ว่าราชการจังหวัดมายังวัดโดยใช้เวลาเดินทาง1 ชั่วโมงเศษๆในปีนี้ทางสมาคมฉะเชิงเทรา ซึ่งผู้ร่วมทอดกฐินครั้งนี้จะแต่งกายแบบชุดไทย เมื่อมาถึงวัดไชยภูมิธาราม ก็จะมีการกราบสักการะหลวงพ่อสมปรารถนา ซึ่งบนอาคารรวมพลังบุญใหญ่สว่าง (อาคารอเนกประสงค์ที่สร้าง) ซึ่งจะมีการปลูกต้นไม้บริเวณอาคารเพื่อเป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติ

ศาสตราจารย์พิเศษอรรถพล กล่าวภายหลังทอดกฐิน ครั้งนี้ว่าจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เป็นน้ำจำนวนมาก บ้านเรือนของประชาชนจะติดน้ำแม้กระทั่งบ้านของตนเองในอดีตก็ติดริมน้ำ การทอดกฐินของชาวเเปดริ้วจึงกระทำทางน้ำ โดยการทอดกฐินทางน้ำครั้งเเรกของสมาคมครั้งเเรกจัดเมื่อปีที่เเล้วที่วัดผาณิตาราม ที่ตั้งอยู่ อ.บ้านโพธิ์ ซึ่งก็มีผู้ร่วมกิจกรรมจำนวนมาก โดยมีการสบทบทุนช่วยกันทำกิจกรรมของวัดเเละการพัฒนาชุมชนได้มาทั้งสิ้น 11 ล้านบาท ในปีนี้เพื่อเป็นการต่อยอดซึ่งจากที่พูดคุยกับนายไมตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราเราก็ตัดสินใจว่าจะทอดกฐินทางน้ำเช่นเดิมโดยเลือกวัดที่อยู่ริมเเม่น้ำ ซึ่งก็คือวัดไชยภูมิธาราม หรือวัดท่าอิฐ เเห่งนี้ โดยปีนี้ได้รับอนุเคราะห์เรือในการทอดกฐินจากนายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด ฯ ซึ่วเป็นบริษัทที่เกี่ยวกับการเดินเรือไฟฟ้าในเเม่น้ำเจ้าพระยา โดยครั้งเเรกจะได้เรือใหญ่มาเเต่ไม่สามารถลอดใต้สะพานเเม่น้ำบางประกงได้ จึงได้เรือขนาดกลางมา 2 ลำรวมกับเรือพื้นบ้าน3ลำเป็น 5 ลำใช้ในการทอดกฐินครั้งนี้ โดยการมาร่วมทอดกฐินครั้งนี้มีทั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เเละดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ภรรยา , นายสิงห์ชัย ทนินซ้อน อัยการสูงสุด ซึ่งเป็นศิษย์เก่าโรงเรียน เซนต์หลุยส์ ฉะเชิงเทรา เเละพล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ,พล.ต.อ.สมชาย วาณิชเสนี ,นายอนันต์ วงศ์พานิช นายกกิตติมศักดิ์สมาคมชาวฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะพล.อ.เชษฐา ซึ่งมีอายุ 86ปี เเสดงให้เห็นถึงความรักความสามัคคีของเราชาวเเปดริ้ว เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความรักสามัคคี เพราะถ้าเรารักสามัคคีกันเเล้วประเทศชาติก็เจริญได้

ศาสตราจารย์พิเศษอรรถพล กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเองได้มีโอกาสไปกราบนมัสการสมเด็จธงชัยวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เนื่องด้วยมีความรู้จักกันดี โดยสมเด็จธงชัยท่านได้กล่าวถึงคนเเปดริ้วซึ่งตนชอบคำพูดนี้มากว่า “มีสบาย สบาย สไตล์ เเปดริ้ว”ซึ่งก็คือทำอะไรสบายๆ ร่วมมือร่วมใจกัน เงินทอดกฐินครั้งนี้นอกจากเป็นการสร้างอาคาร ทำบุญส่งเสริมพระพุทธศาสนาแล้วยังมีตลาดที่ทางกรมพัฒนาชุมชนเคยให้เป็นที่จำหน่ายสินค้าโอทอป เเละยังมีการปลูกต้นรวงผึ้งซึ่งเป็นต้นไม้ประจำรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 โดยเงินที่ได้จากการทอดกฐินนอกจากทำศาลาอเนกประสงค์แล้วยังจะก่อให้เกิดรายได้หรือพัฒนาชุมชน เพราะจะมีตลาดชุมชนซึ่งอยู่ด้านหลังวัดด้านที่ติดถนนสาธารณะ ต้องบอกว่าตลาดชุมชนสร้างมาก็เพื่อที่จะให้ชุมชนชาวบ้านมาขายพืชผักผลไม้ตลอดจนสินค้าของชาวบ้าน อีกอย่างสำหรับบริเวณวัดดังกล่าวนั้นในปัจจุบันนี้ภูมิทัศน์ที่ยังไม่สวยงามก็จะมีการปรับปรุงภูมิทัศน์ นี้ด้วย โดยยอดกฐินรวมสิ่งของเป็นเงิน 8,123,638 บาท

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon