มือตัดเชือก จำนนด้วยหลักฐาน หนุ่มเมียนมา ลั่น แค่ขอโทษไม่พอ! นายจ้างยัน ไม่มียอมความ

มือมีดตัดเชือกช่างทาสีคอนโดลุมพินีย่านปากเกร็ดหวิดร่วงดับ ได้เดินทางพร้อมทนายความเข้ารับทราบข้อกล่าวหาทั้ง2 ข้อหา คือ พยายามฆ่า และทำให้เสียทรัพย์ ที่ สภ.ปากเกร็ด

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 27 ต.ค.64 ที่ผ่านมา เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นคนที่ตัดเชือกจริงแต่ไม่ได้จะพยายามฆ่าแต่อย่างใด ก่อนทางเจ้าหน้าที่ตร.จะส่งตัวให้พนักงานสอนสวนควบคุมตัวต่อไป หลังทางด้านทนายความได้เข้ายื่นขอประกันตัวออกมาต่อสู้คดี

ต่อมาเมื่อเวลา 15.00 น.ทางด้าน นางวริยาหรือคุณปิ่น และนาย เด่นภูมิ สวัสดิ์วิมล สองสามีภรรยาซึ่งเป็นนายจ้างของช่างทาสีทั้งสองคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุได้พาตัวนาย สอง (ไม่มีนามสกุล)ลูกจ้างชาวเมียนมา ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นคนที่ห้อยตัวลงมาจากชั้น30 และเป็นผู้มองเห็นมือโผล่ออกมาจากชั้น21 และได้ดึงเชือกเส้นของตนเข้าไปในห้องก่อนจะทำการตัดเชือก โดยทั้งสามคนได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.ปากเกร็ด เพื่อสอบถามความคืบหน้าทางด้านคดีความและเข้ามาพบกับผู้ต้องหาเพื่อสอบถามถึงสาเหตุที่ต้องตัดเชือกดังกล่าว

ต่อมาเมื่อเวลา 15.30 น.ทางด้าน น.ส.นิชานันท์ ได้เดินทาง เข้าพบพนักงานสอบสวนที่สภ.ปากเกร็ด ตามที่ได้นัดหมายกับฝั่งคู่กรณีเพื่อมาพูดคุยถึงสาเหตุที่ตนได้กระทำไป ซึ่งทางคุณปิ่นและนายสองอยากฟังจากปาก น.ส.นิชานันท์ว่าทำไปเพราะอะไรโดยตรง

โดยหลังจากมีการพูดคุยกันกับทางผู้ต้องหาแล้วจึงได้ทราบว่า ทางผู้ต้องหาไม่ได้รับแจ้งจากทางนิติคอนโดว่าจะมีการโรยตัวลงมาทำงานทาสีกัน ซึ่งก็ได้มีการขอโทษทางคุณปิ่นและนายสอง เป็นที่เรียบร้อยและทางผู้ต้องหาได้อ้างว่าทำไปโดยไม่เจตนา ในส่วนของเรื่องคดีความ ก็ปล่อยให้เป็นไปตามกฏหมาย ในส่วนของเรื่องความเสียหายที่เกิดขึ้นยังไม่ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องการชดใช้ค่าเสียหายต่างๆ ซึ่งทางตนก็ได้ยืนยันแล้วว่าจะไม่มีการยอมความแต่อย่างใด

นาย สอง ลูกจ้างชาวเมียนมา กล่าวว่า วันนี้ก็ได้ฟังจากปากผู้ก่อเหตุโดยตรงเขาก็บอกว่าไม่ได้ตั้งใจและก็ขอโทษ ซึ่งส่วนตัวยังไม่ค่อยพอใจกับสิ่งที่เขาทำเพราะการกระทำของเขาเหมือนเจตนาฆ่าเลยมากกว่าเพราะการตัดเชือกนั้นหมายถึงชีวิตหนึ่งชีวิตที่อาจจะต้องเสียไปซึ่งตอนนี้ตนก็ต้องหาเลี้ยงคนที่บ้าน หากตนเป็นอะไรขึ้นมาคนที่บ้านจะอยู่อย่างไร ซึ่งการกระทำของเขาเพียงแค่มาขอโทษคงไม่เพียงพอต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า คดีนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ทั้งพยานบุคคล พยานแวดล้อมอื่นๆ กล้องวงจรปิด และผลจากการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ จนทราบว่า น.ส.นิชานันท์เป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ ซึ่งหลักฐานนำไปสู่ความผิดฐาน พยายามฆ่าผู้อื่น และ ทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งเป็นเหตุให้ทางเจ้าหน้าที่ตร.ได้นำหมายเรียกไปติดที่บริเวณหน้าห้องของผู้ต้องหา เพื่อให้มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สภ.ปากเกร็ดในวันที่ 27 ต.ค.64 เวลา 10.00 น.นี้ หลังจากการเข้าพบทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามถึงสาเหตุที่กระทำไปแค่เบื้องต้น น.ส.นิชานันท์ได้ให้การภาคเสธ ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตร.จึงได้นำหลักฐานต่างๆ มาให้ น.ส.นิชานันท์ดูผู้ต้องหาจึงรับสารภาพเพราะจำนนด้วยหลักฐาน แต่ได้ยอมรับสารภาพในประเด็นเดียวคือ เป็นผู้ดึงเชือกเข้ามาตัดจริง แต่ปฏิเสธในเรื่องของการพยายามฆ่าผู้อื่น

กระทั่งต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานไปยัง คุณปิ่นและนายสองว่าอยากจะพบกับผู้ต้องหาเพื่อสอบถามความจริงจากปากผู้ต้องหาเองเลยไหม ซึ่งทางคุณปิ่นและนายสองตกลงจะมาพบกับผู้ต้องหาเพื่อมาสอบถามถึงสาเหตุของการกระทำในครั้งนี้ว่าทำไปทำไม ซึ่งเมื่อเวลา 15.30 น.ทั้งสองฝ่ายได้มีการพูดคุยกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในส่วนของการดำเนินคดีนั่น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆดังที่แจ้งมา ขาดแต่ผลตรวจพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหา ว่าเคยเป็นมีประวัติผู้ต้องโทษหรือไม่ เมื่อได้ผลตรวจผลต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาญชกร พยานหลักฐานก็จะสมบูรณ์และคาดว่าภายในระยะเวลา 15วัน สามารถส่งสำนวนการสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหากับพนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี เพื่อฟ้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรี ในความผิดของพยามฆ่าผู้อื่น และทำให้เสียทรัพย์ต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon