เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 29 กันยายน นางสาวจุฬากรณ์ พานิชวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร เปิดเผยว่า พื้นที่ของนิคมตั้งอยู่อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใกล้กับแม่น้ำป่าสัก ซึ่งเคยถูกน้ำท่วมหนักเมื่อปี 54 แต่ปีนี้ มั่นใจจะไม่ถูกน้ำท่วมแน่นอน เพราะว่ามีแนวป้องกั้นน้ำท่วมถึง 2 ชั้น คือชั้นแรกวงแหวนใหญ่ ใช้ถนนในเขตตำบลบางพระครูเป็นคันกั้นน้ำ และชั้นที่ 2 เขื่อนป้องกันน้ำท่วมรอบพื้นที่นิคม ทั้งหมดป้องกันน้ำท่วม ที่ระดับความสูง 4 เมตร และเมื่อต้นเดือนได้มีการซ้อมแผนเผชิญเหตุน้ำท่วมไปแล้ว
ส่วนในนิคมอุตสาหกรรมอื่น เช่น นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ นิคมอุตสาหกรรมไฮเธค นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน ซึ่งจากการสอบถามผู้บริหารการนิคม และเจ้าของโรงงาน ครั้งแรกหวั่นเกรงกับคันกั้นน้ำบ้านกรด ที่ชำรุด เพราะหากมีการปล่อยน้ำมาในจำนวนมากกว่านี้ น้ำจากเจ้าพระยาอาจไหลมาในจุดที่ชำรุดได้ แต่เมื่อรัฐบาลได้เร่งจัดงบประมาณมาซ่อมแซม ให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ ทำให้ทุกคนคลายความกังวลใจไปได้ อย่างไรก็ตาม ก็ตั้งแนวกั้นน้ำบ้านกรด เป็นเพียงชั้นที่ 1 เท่านั้น ส่วนแนวกั้นน้ำชั้นที่ 2 ของทุกนิคม ก็มีอีก 1 ชั้น ซึ่งเป็นเขื่อนป้องกันน้ำท่วมที่ระดับความสูง 4 เมตร และมีสภาพสมบูรณ์ อีกทั้งสามารถป้องกันน้ำมุดลอดมาทางใต้ดินด้วยเช่นกัน
ด้านนายไมตรี ปิตินานนท์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครหลวง กรมชลประทาน เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการซ่อมคันกั้นน้ำบ้านกรด อำเภอบางปะอิน หลังจากที่รัฐบาลส่งเงินมากว่า 7 ล้านบาท ขณะนี้เครื่องจักรจำนวนมากลงมางานเพื่อซ่อมแซมโครงสร้างของคันกั้นน้ำตลอดแนว 10 กิโลเมตร โดยเฉพาะในจุดที่พังทรุดหนัก 100 เมตร ผลงานคืบหน้าไปเกือบ 20% แล้ว มั่นใจจะแล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดคือไม่เกิน 15 วันแน่นอน

ขณะที่ นายโบว์แดง ทาแก้ว ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ยังไม่สามารถสั่งให้ผันน้ำเข้าทุ่งนาเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในตอนนี้ได้ เพราะว่าบางพื้นที่ยังเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวนาปรังไม่แล้วเสร็จ สาเหตุเพราะปีนี้ เกิดภัยแล้งต่อเนื่อง ทำให้ชาวนาบางส่วน เริ่มทำนาปรังล่าช้ากว่าที่เคยทำ โดยปกติจะเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จสิ้นเดือนกันยายน แต่บางทุ่งอาจเลยไปถึงกลางเดือนตุลาคม ดังนั้นการพิจารณาผันน้ำเข้าทุ่ง ต้องพิจารณาแยกเป็นทุ่งนาไป ไม่สามารถสั่งให้ผันน้ำเข่าทุ่งนาแบบพร้อมกันได้
สำหรับทุ่งนาแก้มลิงในจังหวัดมี 4 ทุ่ง รวมพื้นที่ 507,450 ไร่ เก็บน้ำได้รวม 1,145 ล้าน ลบ.ม. แยกเป็น 1.ทุ่งบางบาล-ป่าโมก 30,000 ไร่ เก็บน้ำที่ระดับความสูง 1.50 เมตร ได้ 75 ล้าน ลบ.ม. 2.ทุ่งบางบาลฝั่งตะวันตก 27,450 ไร่ เก็บน้ำได้สูง 3 เมตร จำนวน 130 ล้าน ลบ.ม. 3.ทุ่งผักไห่ 130,000 ไร่ เก็บน้ำสูง 1.50 เมตร จำนวน 300 ล้าน.ลบ.ม. และ 4.ทุ่งเจ้าเจ็ด อำเภอเสนา เนื้อที่ 320,000 ไร่ เก็บน้ำ 1 เมตร ที่ 640 ล้าน ลบ.ม. โดยทุ่งแรกที่เก็บเกี่ยวข้าวเสร็จสิ้นทั้งหมดในสิ้นเดือนนี้คือทุ่งผักไห่ ซึ่งทุกวันนี้เริ่มผันน้ำจากแม่น้ำน้อยเข้าทุ่งนา ผ่านประตูน้ำลาดชิด ประตูน้ำลาดชะโด ประตูน้ำบางแก้ว แต่เป็นปริมาณไม่มากนัก ส่วนทุ่งอื่นๆ ยืนยันว่าจะต้องเก็บเกี่ยวข้าวนาปรังให้หมดทั้งทุ่งเสียก่อนจึงจะผันน้ำเข้าไปได้

