หน้าแรก ภูมิภาค จนท.ศอตช. รุด...

จนท.ศอตช. รุดสอบเหตุขึ้นป้ายประจานทัพมอดบุกโกดังโครงการรับจำนำข้าว

29.09.16 | 18:25 น.

วันที่ 29 กันยายน เมื่อเวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่จากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจากศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติหรือ ศอตช. นำโดย พ.ต.ท.สามารถ ไชยณรงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เขตพื้นที่ 9 หรือ ป.ป.ท.เขตพื้นที่ 9 พร้อม ตัวแทนจากหลายหน่วยงาน เข้าร่วมหารือกรณีผู้ประกอบการเจ้าของโกดังข้าว ในโครงการรับจำนำข้าวสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งมีข้าวเก็บรักษาอยู่หลายพันตัน จนกระทั่งกองทัพมอดเข้ามาทำลาย สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประกอบการรวมถึงชุมชนใกล้เคียง จนผู้ประกอบการได้มีการขึ้นป้ายประจานหลังร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นปี 2559 แต่ปัญหากลับไม่ได้รับการแก้ไข พร้อมกันนี้ได้เชิญนายสมคิด คงแก้วขาว ซึ่งเป็นคู่สัญญาในการเช่าโกดัง จากผู้ประกอบการ โดยทางองค์กรคลังสินค้าได้เช่าต่อจากนายสมคิด มาร่วมหารือในการแก้ไขปัญหา เนื่องจากฝ่ายผู้ประกอบการและฝ่าย อคส.ให้ข้อมูลที่ขัดแย้งกัน โดยเฉพาะในประเด็นการไม่ให้ความร่วมมือในการเข้าฉีดพ่นสารเคมี กำจัดมอดของผู้ประกอบการ ในขณะที่ผู้ประกอบการยืนยันว่าได้แจ้งให้ อคส.ทราบตั้งแต่ต้นแล้วว่าหากจะเข้าดำเนินการใดๆ จะต้องประสานกับนายสมคิดที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงก่อน

พ.ต.ท.สามารถ กล่าวว่า ในวันนี้นั้น  ป.ป.ท.เขตพื้นที่ 9 ซึ่งรับการร้องเรียนได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหา รวมถึงตรวจสอบว่ามีหน่วยงานใด ที่มีหน้าที่ในการดูแลรักษาข้าว รวมถึงมีการดูและปฏิบัติในวงรอบหรือไม่ และเหตุใดข้าวในโครงการจึงได้รับความเสียหาย ในส่วนของความเสียนั้น ทาง สตง.จะดำเนินการในการตรวจสอบ ว่ามีมูลค่าเท่าไหร่ และที่มาของปัญหาที่ทำให้เกิดความเสียหายซึ่งจะต้องมีการพิจารณาร่วมกันว่าจะต้องตรวจสอบหน่วยงานใดว่าละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

ด้านนายศรชัย ชูวิเชียร ผอ.ป.ป.ช.สงขลา กล่าวว่า  จะต้องมีการตรวจสอบกระบวนการทำสัญญาว่าถูกต้องตามกระบวนการขั้นตอนหรือไม่อย่างไร โดยแยกเป็นในส่วนของความเสียหาย ที่สต.จะทำหน้าที่ตรวจสอบ ส่วน ปปท.และ ปปช.จะดำเนินการในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่ามีปัญหาในเรื่องของการทุจริตหรือไม่ ซึ่งขระนี้เพิ่งเริ่มต้นกระบวนการและไม่ใช่ปัญหามอดอาละวาดเพียงอย่างเดียว

201609291626361-20021028190229

จากนั้นคณะทั้งหมดได้เข้าตรวจสอบ พบว่าสภาพโกดังข้าวในขณะนี้นั้น มีข้าวสารล้มอยู่2 กอง อันเนื่องมาจากถูกมอดกัดกันจนกลายเป็นผงและทรุดตัวลงมา จนทำให้ผนังด้านข้างที่ทำด้วยสังกะสี พังจนเห็นกองข้าวทะลุออกมา ข้าวบางส่วนเน่า มีกลิ่นเหม็น ในขณะที่จะมีกองทัพมอด ทั้งในส่วนที่บินว่อนอยู่ภายในโกดังข้าว และเล็ดลอดออกมาภายนอก โดยผู้ประกอบการยืนยัน ก่อนหน้าขึ้นป้ายประจาน ได้มีการแจ้งให้ อคส. รวมถึง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าทราบแล้ว แต่ไม่มีการดำเนินการใดๆ เพราะได้รับความเดือดร้อน ทั้งในส่วนของพนักงาน ที่ทำงานอยู่จำนวนมาก ที่ต้องสูดดมกลิ่นข้าวเน่า ฝุ่นจากโกดังข้าว รวมถึงมอดที่ติดตัวออกไปขณะกลับบ้านหลังเสร็จงาน

Advertisement

รายงานระบุว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น มาจากการที่ อคส.ไม่ได้เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับบริษัทให้เช่าโกดัง โดยรับช่วงต่อจากนายสมคิด และนายสมคิดไม่ได้จ่ายค่าเช่าให้กับผู้ประกอบการ (เดือนละ550,000 บาท) โดยอ้างว่าทาง อคส.ไม่จ่ายค่าเช่าให้กับตนเอง ซึ่งคิดเป็นกระสอบ ๆ ละ 2บาท ขณะนี้มีข้าวอยู่จำนวน 500,000 กระสอบ  โดย อคส.ค้างค่าเช่ามานานกว่า 6 เดือน ทำให้ ผู้เช่า คือนายสมคิดไม่ยินยอมให้นำข้าวสารออกไป แม้จะอ้างว่าขายข้าวได้แล้วก็ตาม เนื่องจากเกรงว่าจะไม่มีการชำระค่าเช่า รวมถึง หากจะนำข้าวสารออกไปก็ขอให้นำออกไปทั้งหมด ไม่ใช่ทยอยออก เพราะเกรงจะประสบปัญหาขาดทุนหามีข้าวเหลือจำนวนน้อย เพราะยังต้องเช่าในราคาเดิม ทำให้ต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป

ทั้งนี้ อคส.ได้ขอให้ผู้ประกอบการปลดป้ายประจานดังกล่าวออกไป เนื่องจากปัญหาได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมเพียงแต่รอความดำเนินการเท่านั้น ซึ่งผู้ประกอบการก็ยอมที่จะดำเนินการ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า การใช้สารเคมีในการรมยา ของบริษัทฯที่อคส.จ้างมาดำเนินการนั้นไม่ได้คุณภาพ ทั้งในส่วนของการคลุมผ้า ที่มีช่องโหว่จากรอยขาด ทำให้การรมยาฆ่ามอดไม่ได้คุณภาพ ในขณะที่ในที่ประชุมยังไม่ได้มีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้