อบจ.อ่างทอง ฉีดวัคซีนโมเดอร์นาเข็มแรกให้ ปชช. หลังได้รับจัดสรรจากสภากาชาดไทย
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 15 พฤศจิกายน ที่วัดขุนอินทประมูล อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง นายสุรเชษ นิ่มกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง พร้อมด้วย นายชรินทร์ เปาอินทร์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง พร้อมเลขานุการนายกฯ ข้าราชการ พนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง ลงพื้นที่พร้อมตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ และจิตอาสาที่ปฏิบัติงานให้บริการฉีดวัคซีน และบริการพี่น้องประชาชนที่มารับการฉีดวัคซีน ซึ่งได้เริ่มให้บริการฉีดวัคซีน Moderna ป้องกันโควิด-19 เป็นวันแรกในจังหวัดอ่างทอง
สำหรับประชาชนในกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ป่วย 5 กลุ่ม สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 มาก่อน และมีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีทะเบียนบ้านอยู่ในจังหวัดอ่างทอง หรือปฏิบัติหน้าที่ในเขตพื้นที่จังหวัดอ่างทอง หรืออื่นๆ ที่ทางสภากาชาดไทยกำหนดไว้ตามกลุ่มเป้าหมายที่สภากาชาดไทยกำหนด เช่น คนพิการ ผู้ป่วยติดเตียง สตรีมีครรภ์ (12 สัปดาห์ขึ้นไป) ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป บุคลากรทางการแพทย์และพยาบาล ผู้ที่ทำงานประจำศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ครูสอนหนังสือและบุคลากรที่ออกปฏิบัติงานสัมผัสประชาชน ตามโครงการฉีดวัคซีน อบจ.อ่างทอง ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนโควิด-19 มาก่อน

นายสุรเชษ นิ่มกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า ตอนนี้จังหวัดอ่างทอง โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง ได้รับการจัดสรรฉีดวัคซีน Moderna จำนวน 4,800 โดส และสำนักงานเหล่ากาชาดได้รับ 600 โดส เพื่อนำไปฉีดให้กลุ่มเปราะบาง ผู้ป่วยติดเตียงถึงบ้าน ซึ่งวัคซีน Moderna ที่ทาง อบจ.อ่างทอง ได้รับมานั้นได้กำหนดการฉีดในวันที่ 15 และวันที่ 16 ฉีดวัคซีน Moderna เข็มที่ 1 และวันที่ 18 พฤศจิกายน 2564 เป็นการเก็บตกผู้ที่ยังไม่มาฉีด ชุดนี้ จำนวน 2,400 คน วันละ 1,200 คน
ส่วนเข็มที่ 2 จะทำการฉีดวัคซีน Moderna ในวันที่ 13 และ 14 ธันวาคม 2564 อีกวันละ 1,200 คน 2 วัน รวม 2,400 คน ซึ่งจะครบกับจำนวนที่ทางสภากาชาดไทยจัดมาให้ 4,800 โดย ส่วนที่เหลืออีก 600 โดส ทางสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดอ่างทองจะได้ประสานกับโรงพยาบาลในพื้นที่ลงไปฉีดให้กับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งไม่สามารถเดินทางมาฉีดได้ถึงที่บ้านอีก 300 คน 2 เข็ม เป็น 600 โดสพอดี โดยจังหวัดอ่างทองสามารถดำเนินการฉีดวัคซีนให้พี่น้องประชาชนทั้ง 7 อำเภอ น่าจะใกล้ 70 เปอร์เซ็นต์แล้ว
นอกจากนี้ นายสุรเชษได้เชิญชวนให้พี่น้องประชาชนได้รับฟังข่าวสารจากทางราชการเพื่อประชาชนจะได้มีข้อมูลข่าวสาร และเข้าถึงบริการสาธารณสุข ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อลดความรุนแรงเมื่อมีการติดเชื้อ ป้องกันการเสียชีวิต และสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เพื่อช่วยให้ประเทศไทยผ่านสถานการณ์และวิกฤต และกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติต่อไป


