พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาค 4 คนใหม่

หากนับทำเนียบของแม่ทัพภาคที่ 4 ตั้งแต่ พล.ท.สัณห์ จิตรปฏิมา ขึ้นดำรงตำแหน่งแม่ทัพคนแรก เมื่อปี 2519 พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช หรือ “บิ๊กอาร์ต” เป็นแม่ทัพภาคแห่งด้ามขวานลำดับที่ 25 พอดี

“บิ๊กอาร์ต” ถูกปรับตำแหน่งจากที่ปรึกษากองทัพบก ขึ้นรับตำแหน่งสำคัญดูแลพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด 14 จังหวัด ควบคุมบังคับสายงาน จำนวน 6 มณฑลทหารบก (มทบ.) ตั้งแต่ มทบ.ที่ 41-46 กับกองพลทหารราบที่ 5 (พล.ร.5) จ.นครศรีธรรมราช และกองพลทหารราบที่ 15 (พล.ร.15) จ.ปัตตานี

การแต่งตั้งนายทหารจำนวน 798 นาย เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา นอกจากจะมีชื่อ “บิ๊กอาร์ต” แล้ว ยังมีชื่อ พ.อ.วุฒิชัย นาควานิช รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 (รอง ผบ.พล ร.9) น้องชายอีกคน ขึ้นเป็น ผบ.พล.ร.9 ด้วย

และยังเป็นการเกษียณอายุราชการของ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก พี่ชายคนโตในเวลาเดียวกัน

กล่าวสำหรับ “บิ๊กอาร์ต” เป็นนายทหารที่มีประสบการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้านความมั่นคงมาตลอดนับ 20 ปี โดยคลุกอยู่กับงานด้าน “ข่าวกรอง”

ผลการปฏิบัติงานที่สำคัญได้เป็น ผอ.สขว.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ปรับปรุงด้านการข่าวในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ บูรณาการข่าวอย่างมีประสิทธิภาพจนนำไปสู่การคลี่คลายคดีใหญ่ จับกุมคนร้าย ยับยั้งหรือทำลายความพยายามในการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ได้อย่างต่อเนื่อง

โดยในห้วงปี 2558-59 ติดตามจับคนร้ายได้อย่างต่อเนื่อง

“มติชน” ถือโอกาสที่ พล.ท.ปิยวัฒน์เข้ารับตำแหน่งในวันที่ 1 ตุลาคม 2559 จับเข่าคุย

พล.ท.ปิยวัฒน์เริ่มกล่าวว่า อยากเห็นกำลังพลและผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ภาค 4 เป็น “ทหารอาชีพ” มิใช่เป็น “อาชีพทหาร”

ทหารทุกนายรู้หน้าที่ ภารกิจที่ต้องปฏิบัติ เมื่อทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว จะมาเจอกันตรงกลางเอง ถ้ากำกับดูแลได้ทุกอย่างจะจบ

ส่วนประชาชนนั้น พล.ท.ปิยวัฒน์เล่าว่า “ที่ผ่านมาเรารู้ว่าประชาชนมีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ขาดรายได้ ขาดอาชีพ ขาดการศึกษา รวมไปถึงโรงเรียนสอนศาสนาหรือปอเนาะที่ยังขาดสิ่งอำนวยความสะดวก ดังนั้น เราจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลเรื่องความสะอาด จัดหาอาหารกลางวัน ซ่อมแซมโรงเรียน เช่น ที่ไหนโรงเรียนเป็นหลังคาใบจาก ก็จะจัดหากระเบื้องหลังคาไปคลุมใหม่ได้

“เราจะไม่ไปแตะต้องวิถีความเป็นอยู่เดิม แต่ส่วนไหนขาดเราจะช่วยให้ดีขึ้น ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นเอง”

ส่วนผู้เห็นต่างที่อยู่บนภูเขา พล.ท.ปิยวัฒน์บอกว่า อยากให้ลงมาที่ถิ่นฐานตัวเอง เจ้าหน้าที่จะช่วยให้มีงานทำ มาอยู่กับครอบครัว

“ทุกคนจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ผมเคยบอกไปแล้วใครจะมอบตัวเพื่อต่อสู้คดีหรือส่งคืนอาวุธให้บอกมา เราจะส่งคนขึ้นไปรับ แล้วมาคุยกันเพื่อร่วมกันหาทางออกมาสู้ตามกระบวนการยุติธรรม เข้ามาแล้วในระหว่างนี้เราจะหาอาชีพให้ แล้วก็หาตลาดให้ด้วย”

เมื่อถามถึงกระบวนการเจรจาระหว่างตัวแทนรัฐบาลกับตัวแทนกลุ่มมาราปาตานี พล.ท.ปิยวัฒน์บอกว่า “ไม่ได้ไปยุ่งอะไรกับการเจรจา เพราะมีคณะทำงานอยู่แล้ว ให้ความร่วมมือประสานงาน ทางกองทัพภาคที่ 4 เดินหน้าช่วยกันพัฒนาพื้นที่ให้ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งปัตตานี ยะลา และนราธิวาสมีความเจริญ แต่ในขณะเดียวกันถ้าทางคุณ (กลุ่มคนร้าย) มาก้าวก่าย เราก็มีกองกำลังที่คอยดูแล ทหารของเรามีหน้าที่อยู่แล้ว”

ปิยวัฒน์ นาควานิช
พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช

พล.ท.ปิยวัฒน์ยังเล่าเรื่องการพัฒนาเขตเศรษฐกิจท้องถิ่นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อฟื้นฟูให้กลับมารุ่งเรืองเหมือนอดีตให้ฟังว่า …

“ขณะนี้มีการสำรวจหาพื้นที่ทำเหมืองแร่ เพราะนักลงทุนชาวจีนในมาเลเซียสนใจจะเข้าบูมเหมืองอีกครั้ง แต่ต้องการความปลอดภัย ทางทหารก็พร้อมดูแลให้ ทั้งเหมืองแร่เดิมใน จ.สงขลา โดยในอดีตเมื่อปี 2526-2527 ประชาชนในพื้นที่ต่างมีรายได้จากกิจการเหมือง ตอนนั้นทุกคนมีงานทำ

“ผมอยู่ในพื้นที่ตลอด เคยอยู่ อ.ธารโต (จ.ยะลา) เคยไปล่าพวกก่อการร้าย แต่ก่อนเจริญมาก เมื่อความเจริญเข้ามา ทุกคนจะไม่มารบราฆ่าฟัน ชาวบ้านมีงาน มีรายได้ ที่ไปคุยกันมา เหมืองที่มีแต่ละจุดเป็นเหมืองที่อยู่ในพื้นที่สีแดง เลยคิดว่าอาจมีนายทุนใหญ่ทั้งนักธุรกิจและนักการเมืองที่เข้าไปหาผลประโยชน์ พยายามกีดกันไม่ให้ใครเข้าไป อาจมีการแอบขุดแร่ออกมาขาย

“ผมจะเข้าไปเพื่อให้ประชาชนกลับมากินดีอยู่ดี จะทำให้มีการเปิดเหมืองอีกครั้ง ตอนนี้ได้คุยกับอธิบดีกรมศิลปากรแล้ว การเข้าไปเปิดเหมืองต้องดูป่าด้วย ต้องดูโบราณสถานด้วย ทางอธิบดีบอกไม่มีปัญหา เปิดได้เลย เพราะมีเหมืองเก่าอยู่แล้ว ส่วนนักลงทุนต่างชาติพร้อมมาลงทุน เราจะคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินทั้งหมด”

พล.ท.ปิยวัฒน์ย้ำว่า “จะใช้กฎหมายนำ การทหารตาม การเมืองขยาย”

“กฎหมายนำ คือเราเอาความถูกต้อง ความจริงใจ ความยุติธรรมเข้าไปก่อน คุยกับชาวบ้านและผู้เห็นต่าง

การทหารตาม คือ ให้เจ้าหน้าที่ทหารดูแลความปลอดภัยให้นักลงทุน ผู้ประกอบการ ชาวบ้าน ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

ส่วนการเมืองขยาย คือ เอานโยบายของรัฐบาลมาดูแลทั้งหมด ทั้งสามอย่างทำพร้อมควบคู่กันได้เลย”

พล.ท.ปิยวัฒน์ลงรายละเอียดเรื่องความเป็นอยู่ของชาวบ้านในพื้นที่

“ที่ อ.ธารโต มีการเลี้ยงปลาพลวงชมพูเป็นปลาน้ำจืด คนท้องถิ่นเรียกว่าปลากือเลาะห์ หรืออีแกกือเลาะห์ เป็นปลาที่มีเนื้อรสชาติดี ขายกันกิโลละ 3 พันกว่าบาท ชาวบ้านบอกว่าถ้ามาสนับสนุน เขาก็สามารถหาตลาดเองได้ คนมาเลเซียชอบมาซื้อไปกิน ผมจะทำให้ที่ธารโตเป็นแหล่งขายให้ได้ เนื่องจากแถบนี้เป็นพื้นที่ของผู้มีอิทธิพลด้วย”

พร้อมกันนั้นได้สนับสนุนการสร้างสนามบิน อ.เบตง จ.ยะลา ที่จะเสร็จและใช้ได้ในปี 2562

2

“การสร้างสนามบินนี้ถือเป็นการรุกทางการท่องเที่ยว การลงทุนในพื้นที่ เราจะดูแลความปลอดภัยทุกคนอย่างเต็มที่ ถ้าความสุ่มเสี่ยงไม่มี ทุกคนก็จะเดินทางเข้ามา นอกจากนี้ ยังมีสนามบินปัตตานี อ.หนองจิก ซึ่งอยากจะเสนอว่าน่าจะขยายสนามบินแห่งนี้ได้แล้ว เพื่อให้เครื่องบินพาณิชย์ลงจอดได้ จะส่งผลดี

“สังเกตได้ว่าทุกพื้นที่มีความเจริญของคนภาคใต้ จะมีผู้มีอิทธิพลเข้าไปยึดคุมทั้งหมด รวมถึงนักการเมืองไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าไป ไม่ยอมให้เอาความเจริญเข้าไป แต่ขณะนี้ทหารจะดูแลประชาชนให้เกิดความมั่นคงให้ได้ตาม คสช.เลย

ส่วนเจ้าหน้าที่นอกแถว พล.ท.ปิยวัฒน์ประกาศว่า ปลดทันที

“เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจที่กินใต้โต๊ะ กินตามน้ำจะปลดทันที ไม่มีการย้าย นี่คือกฎเหล็กเลย”

พล.ท.ปิยวัฒน์กล่าวด้วยว่า ไม่ใช่แค่เรื่องการจัดทีมงานทหารดูแลความมั่นคงอย่างเดียว แต่กองทัพภาคที่ 4 มีทีมงานดูแลเศรษฐกิจ ดูแลทางด้านกฎหมาย เราแบ่งการทำงานอย่างชัดเจน

จริงๆ แล้วนี่เป็นยุทธศาสตร์

ส่วนยุทธวิธีนั้น แผนคือไม่มีแผน คือเราจะให้ทหารทุกนายเป็นทหารอาชีพไม่ใช่อาชีพทหาร

เมื่อถามถึงความกดดันในการรับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 เพราะ “บิ๊กหมู” ผู้เป็นพี่ชายสนับสนุน

พล.ท.ปิยวัฒน์บอกว่า “ไม่รู้สึกกดดัน แต่รู้สึกภูมิใจที่มีไม่กี่คนมารับใช้แผ่นดินในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ผมไม่ได้มารบราฆ่าฟัน แต่มาเพื่อให้กลุ่มเห็นต่างกลับมาคุยกัน

“ที่ผ่านมาคนเหล่านี้ถูกนักลงทุนที่สร้างอิทธิพลและนักการเมืองเอาเงินไปปิดหูปิดตา เพราะกลุ่มคนเห็นต่างไม่มีเงินขาดรายได้จุนเจือครอบครัว บางทีไปรับจ้างวางเพลิง วางระเบิด ถ้าเราเอาความเจริญผู้คนมีอาชีพมีหน้าที่การงาน ก็คงไม่คิดไปรับจ้างทำร้ายประเทศอีก

“ผมจะเสนอให้ทาง ศอ.บต.เปิดโรงรับจำนำให้มากขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกวันนี้พอตลาดซื้อขายทั้งปาล์มน้ำมัน ยางพาราตกต่ำ โรงเรียนใกล้เปิดเทอม มักจะเกิดเหตุทันที เพราะพ่อแม่ต้องให้ลูกไปเรียนหนังสือ แต่ไม่มีเงินจึงไปรับจ้างวางระเบิด รับจ้างดูต้นทาง ถ้าเรามีโรงรับจำนำเพิ่มให้ ก็อาจเอาทีวีที่บ้านไปจำนำ เดี๋ยวค่อยเอาออกมาวันหลัง คนเรายอมจำนำของดีกว่าไปเสี่ยงตาย

“เราจะเข้าไปร่วมพัฒนาพื้นที่กับประชาชนจะเดินไปด้วยกัน ทหารไม่จำเป็นต้องแต่งเครื่องแบบเข้าไปคุย แต่ถ้าพวกที่คิดร้ายยังอยู่ ทหารยังโดนยิง ตำรวจก็ถูกยิง และชาวบ้านรับเคราะห์ ผมจะจับทุกเม็ดทุกหยดทุกบ่อน ทุกเม็ดคือยาเสพติด ทุกหยดคือน้ำมันเถื่อน ทุกบ่อนคือบ่อนที่มีอยู่”

แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวทิ้งท้าย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เพื่อไทย ลั่น พร้อมจับมือทุกพรรคที่อุดมการณ์ตรงกัน สู้นายกฯคนนอก
บทความถัดไปตรวจสอบดวงท่านวันนี้ วันเสาร์ที่ 1 ต.ค. 2559