วันที่ 1 ตุลาคม เวลา 08.00 น. ที่วัดบางเนียง ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า พุทธศาสนิกชนชาวบ้านบางเนียงพร้อมใจกันแต่งชุดไทยหิ้วปิ่นโตเข้าวัดทำบุญสารทเดือนสิบ เป็นภาพที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ของชาวไทย โดยงานบุญเดือนสิบของพี่น้องชาวใต้ หรือที่เรียกกันว่า “วันส่งเปรต” ซึ่งตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ในพื้นที่จังหวัดพังงา เป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะที่วัดบางเนียง ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้มีประชาชนทยอยเดินทางมาร่วมทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วกันอย่างเนืองแน่น พร้อมกับมีการแต่งชุดไทยมาทำบุญที่วัดทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่ชาวต่างชาติเองก็ยังนิยมชมชอบชุดไทย เป็นภาพที่สวยงามแก่ผู้พบเห็น การทำบุญวันนี้มีการหิ้วปิ่นโตนำอาหารคาวหวาน ผลไม้ รวมทั้งขนมเดือนสิบ ทั้งขนมเจาะหู ขนมลา ขนมพอง และขนมบ้า ร่วมตักบาตรและถวายเป็นภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ ก่อนจะมีการสวดมนต์ไหว้พระ ฟังพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ พร้อมร่วมกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับ
หลังเสร็จสิ้นพิธีสงฆ์แล้ว ได้มีการตั้งร้านเปรต เพื่อเป็นสถานที่สำหรับวางข้าวสารอาหารแห้งและขนมเดือนสิบตามประเพณีแต่โบราณ เพื่อให้ชาวบ้านที่มาร่วมงานได้รำลึกและอธิษฐานขอให้ส่วนบุญส่วนกุศลที่ได้ทำในวันนี้แผ่ไปยังบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว จากนั้นจะมีการให้ชาวเลหรือชาวมอแกนที่มารอด้านหน้าโบสถ์ มาแย่งอาหารที่นำมาตั้งรวมกันไว้บนร้าน ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ได้ผลบุญมาก สำหรับการตั้งร้านเปรตของวัดบางเนียง เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนาน ซึ่งมีทั้งการนำอาหารและขนมเดือนสิบใส่ถุงไว้ พร้อมเงินอีกจำนวนหนึ่ง

ส่วนบรรยากาศ ที่วัดหมู่บ้านตัวอย่าง ตำบลเขาเขน อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ ก็เป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนต่างแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สวยงาม พร้อมครอบครัว ต่างทยอยเดินทางมาร่วมทำบุญวันสารทเดือนสิบนำอาหารหวานคาว พร้อมขนมเดือนสิบ ขนมรู ขนมบ้า ขนมเทียน ขนมพอง และขนมลา นำมาทำหมรับ ประดับตกแต่ง อย่างสวยงาม ก่อนจะทำการแยกสำหรับอาหาร ถวายพระและสำรับชิงเปรต เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ

แม้แต่ที่วัดถ้ำเสือวิปัสสนา ตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมืองกระบี่ ชาวเล หรือชาวไทยใหม่ ทยอยเดินทางมาเข้าร่วมงานสารทเดือนสิบ ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ โดยร่วมขอส่วนบุญตามประเพณีและความเชื่อว่าหากครัวเรือนใดไม่มาร่วมประเพณีดังกล่าวจะเกิดความทุกข์ และทำให้ผีบรรพบุรุษโกรธเคือง
ด้านจังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่าทุกวัดเนืองแน่นด้วยพุทธศาสนิกชนที่ต่างพร้อมใจ หิ้วปิ่นโตพร้อมด้วยขนมบุญสารทเดือนสิบทั้ง 5 เข้าวัดเพื่อร่วมกิจกรรมทางพุทธศาสนา โดยหลังจากเสร็จพิธีทางศาสนาแล้ว ชาวบ้านจะนำขนมทั้ง 5 อย่างไปวางไว้กลางลานภายในวัด เพื่อทำพิธี “ส่งเปรต” เพื่อให้ชาวบ้านที่มาร่วมงานได้รำลึก และอธิษฐานขอให้ส่วนบุญส่วนกุศลที่ได้ทำในวันนี้ แผ่ไปยังบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว จากนั้นจะมีการให้เด็กๆ และประชาชนทั่วไปแย่งอาหารที่นำมาตั้งรวมกันไว้บนลานเปรต โดยเชื่อกันว่าอาหารและขนม รวมทั้งเงินที่ได้มาจะทำให้ได้ผลบุญมาก

ขณะที่บนถนนสายต่างๆ ในตัวเมืองนครศรีธรรมราช ทั้งขาเข้าและขาออกเนืองแน่น ทำให้การจราจรติดขัดไม่สามารถสัญจรไปมาได้อย่างสะดวก จากการสอบถามไปยังโรงแรมต่างๆ พบว่าห้องพักเต็ม เนื่องจากมีการสั่งจองไว้ล่วงหน้า เนื่องจากคนนครมีความเชื่อว่า เดือนสิบเป็นวันที่ลูกหลานทุกคนจะต้องกลับมาร่วมระลึกถึงบรรพบุรุษอย่างพร้อมเพรียงกัน

สำหรับงานบุญสารทเดือนสิบ ถือเป็นประเพณีสำคัญของพี่น้องชาวใต้ ตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 เรียกว่า วันรับเปรตหรือวันรับตายาย และครั้งที่ 2 วันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 เรียกว่า วันส่งเปรตหรือวันส่งตายาย ซึ่งการทำบุญทั้ง 2 ครั้งเป็นการทำบุญที่แสดงถึงความกตัญญูต่อบุพการีและญาติผู้ล่วงลับ โดยมีจุดประสงค์ในการมาขอส่วนบุญจากลูกหลานญาติพี่น้องที่ได้เตรียมการอุทิศไว้ให้ เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้ล่วงลับ

