เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังรับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จ.อ่างทอง ได้พบนายสุทิน หวังรุ่งโรจน์ อายุ 84 ปี บ้านเลขที่ 8/1หมู่ 1 ต.สูงเม่น อ.สูงเม่น จ.แพร่ ที่ได้ตามหารักจากคอลัมน์หาคู่จากหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ชื่อนางประไพ ไม่ทราบนามสกุล อายุ 45 ปี รายละเอียดแจ้งว่าเป็นสาวม่าย สามีเสียชีวิตไปแล้ว มีความสูง 160 เชนติเมตร อาศัยอยู่ใน ต.ราชสถิตย์ อ.ไชโย จ.อ่างทอง เจ้าหน้าที่จึงได้พาไปพบนายพิชัย หาญกล้า ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.ราชสถิตย์ เพื่อช่วยเหลือในการติดตามตัวผู้หญิงที่ชื่อประไพ
ทางนายพิชัย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ได้ทำการสอบถามนายสุทินได้เล่าให้ฟังว่า ตนเองเป็นพ่อม่าย ภรรยาเสียชีวิตไปแล้ว ทำธุรกิจอู่เคาะพ่นสีและขายเครื่องมือช่างอยู่ที่จังหวัดแพร่ และได้อ่านคอลัมน์หาคู่ พบสาวใหญ่ชื่อนางประไพ ไม่ทราบนามสกุล อายุ 45 ปี เป็นสาวม่าย สามีเสียชีวิตไปแล้ว มีความสูง 160 เชนติเมตร พักอาศัยอยู่ใน ต.ราชสถิตย์ จึงมีความน่าสนใจที่อยากจะได้มาเป็นคู่ครอง จึงได้ตัดสินใจเดินทางนั่งรถทัวร์จาก จ.แพร่ มาที่ จ.อ่างทอง เพื่อตามหานางประไพ โดยมีความต้องการอยากพบหน้าตานางประไพและอยากพูดคุยด้วยเพื่อจะได้ทำการตกลงในเรื่องรายละเอียดข้อผูกพันซึ่งกันและกันในเรื่องของการใช้ชีวิตคู่

ทางนายพิชัย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 จึงได้ประสานไปยังเพื่อนๆ ที่เป็นผู้ใหญ่บ้านใน ต.ราชสถิตย์ โดยนายนคร พูลประเสริฐ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.ราชสถิตย์ ได้เช็กข้อมูลทราบว่ามีลูกบ้านที่ชื่อประไพ จึงได้พานายสุทินซ้อนท้ายรถจักยานยนต์เข้าไปยังบ้านเป้าหมายเพื่อตรวจสอบว่ามีคนชื่อประไพ สาวม่าย วัย 45 ปี บ้างหรือเปล่า โดยเบื้องต้นทางนายนคร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 จึงได้พาไปตรวจสอบยังบ้านเป้าหมายในบริเวณหมู่ 1 ต.ราชสถิตย์ แต่ไม่พบคนชื่อประไพ ทำให้นายสุทินพบกับความผิดหวัง แต่ยังบอกว่าไม่ยอมแพ้ที่จะตามหานางประไพ และได้วอนสื่อช่วยเสนอข่าว พร้อมได้ทิ้งเบอร์โทรติดต่อกลับให้กับทางผู้ใหญ่บ้าน เพื่อนางประไพพบเห็นและเป็นเนื้อคู่กันก็จะโทรติดต่อกลับเพื่อทำการพูดคุย
โดยก่อนเดินทางกลับบ้าน นายสุทินกล่าวว่า หวังในการตามหารักครั้งนี้อย่างเต็มที่แล้ว แต่ยังไม่พบนางประไพ แต่ก็มีความหวังลึกๆ ว่าจะได้เจอคู่แท้ ช่วยดูแลกันและกันในยามแก่เฒ่า และจะไม่ปิดโอกาสในการตามหาความรัก หากนางประไพที่ลงในคอลัมน์หาคู่ หากได้ทราบข่าวขอให้ติดต่อกลับโดยด่วน และหากไม่สามารถติดต่อกับนางประไพได้ ตนเองก็จะหาหญิงอื่นเพื่อทำการตกลงในการใช้ชีวิตคู่ และได้นั่งรับประทานอาหารที่บริเวณร้านนายโด่งต้มเลือดหมูจนอิ่มแล้ว เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งก็ได้นำพานายสุทินส่งขึ้นรถยนต์ไปส่งที่สถานีรถไฟพระนครศรีอยุธยาเพื่อเดินทางกลับบ้านที่ จ.แพร่ต่อไป


