หน้าแรก ภูมิภาค อธิบดีกรมที่ด...

อธิบดีกรมที่ดินสั่งสอบ ออกโฉนดทับที่คลองเมืองหัวหิน กอ.รมน.ประจวบฯชี้ไม่เหมาะสม

3.10.16 | 14:15 น.

วันที่ 3 ตุลาคม นายพรชัย สัมมาวุฒธิ เจ้าพนักงานที่ดิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า อธิบดีกรมที่ดินได้สั่งการให้รายงานข้อเท็จจริงกรณีการออกโฉนดทับพื้นที่คลองหรือลำรางสาธารณะในเขตเทศบาลเมืองหัวหินทุกแปลง ขณะนี้ได้แจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินสาขาหัวหินเร่งสรุปเพื่อนำเสนอ เบื้องต้นจากการตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลัง 10 ปี พบว่าพื้นที่ในจุดที่สื่อมวลชนนำเสนอว่าถูกบุกรุกไม่มีสภาพคลอง และหากมีการตรวจสอบเอกสารหลักฐานแล้วมีการออกเอกสารสิทธิไม่ถูกต้องจากการใช้ระวางแผนที่ 1 ต่อ 50,000 แผนที่ภูมิประเทศไทยหรือแผนที่ทหาร L708 รวมทั้งตรวจสอบร่วมกับแนวคลองของกรมชลประทานและกรมโยธาธิการและผังเมือง หากพบมีปัญหาก็จะต้องดำเนินการเพิกถอนตามขั้นตอนของราชการต่อไป ไม่ว่าพื้นที่นั้นจะเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลใด ยืนยันว่าไม่มีการละเว้น

“การบุกรุกคลองตามโครงการนี้เป็นปัญหาละเอียดอ่อน มีผลกระทบกับหลายหน่วยงาน ที่ผ่านมามีประชาชนร้องเรียนถึงฝ่ายปกครองอำเภอหัวหิน มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบปัญหาการรุกคลองดังกล่าว และทราบว่าในช่วงที่มีการขุดคลองเมื่อปี 2544 มีเจ้าของที่ดินบางรายอุทิศที่ดินบางส่วนให้ทางราชการเข้าดำเนินการขุดคลองตามโครงการ แต่มีการถมคลองในภายหลัง โดยไม่มีการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และทราบว่าการออกเอกสารสิทธิบริเวณคลองด้านทิศเหนือของเทศบาลหัวหินในอดีต ใช้การเดินสำรวจเพื่อรังวัด มีการรับรองแนวเขตโดยกำนันผู้ใหญ่บ้าน สำหรับการรุกแนวคลองในปัจจุบัน เป็นอำนาจของฝ่ายปกครองและองค์กรปกครองท้องถิ่นที่ต้องกวดขัน ร่วมกันดูแล คุ้มครอง และรักษาสภาพที่ดิน” นายพรชัยกล่าว

ด้าน พ.ต.ธีระพงษ์ นามสละ นายทหารผู้เชี่ยวชาญแผนที่ มทบ.15 กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ขอตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิที่ดินทุกแปลงที่ทับแนวคลองตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และระหว่างแผนที่จากสำนักงานที่ดินสาขาหัวหิน และเทศบาลหัวหิน หลังจากมีการเดินสำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปทส. ไม่พบว่าปรากฏแนวคลองเดิม เมื่อเทียบกับหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศ แต่พบหลักฐานแนวคลองในอดีต จากการทำแผนที่คลองของกรมชลประทานและสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด สำหรับกรณีที่มีบางหน่วยงานอ้างว่าพื้นที่คลองมีการออกโฉนดก่อนการขุดคลองนั้น จะต้องสอบถามไปที่กรมชลประทานและกรมโยธาธิการว่า หากเป็นพื้นที่ของเอกชน หน่วยงานของรัฐจะใช้งบประมาณกว่า 10 ล้านบาท ก่อสร้างสะพานข้ามคลองได้อย่างไร และปัจจุบันพบว่าไม่มีสภาพคลอง แต่มีสะพานข้ามคลองอีออก บริเวณใกล้หมู่บ้านตะวันทอง ในชุมชนบ่อฝ้าย

ขณะที่นายทวี นริสศิริกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ปัญหาการบุกรุกคลองเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ขณะนี้ยังไม่มีการตั้งกรรมการระดับจังหวัดแต่อย่างใด เนื่องจากต้องรอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบ หลังจากมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเมื่อปี 2542 และต่อมามีการถมแนวคลองในปัจจุบันตามที่สื่อมวลชนนำเสนอ ซึ่งจะต้องตรวจสอบว่าการถมคลองดังกล่าวได้รับอนุญาตจากเทศบาลหัวหินหรือไม่

นอกจากนี้ พ.อ.สุรวุฒิ ชุติวิทย์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าว ที่ผ่านมาไม่ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ทหารจาก มทบ.15 และไม่ได้รับรายงานจากศูนย์ดำรงธรรม อำเภอหัวหิน แต่ทราบจากการนำเสนอของสื่อมวลชน จากนั้นจะนำเจ้าหน้าที่ไปทำการตรวจสอบสภาพพื้นที่จริงในวันที่ 4 ตุลาคมนี้ เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาตามอำนาจหน้าที่ เนื่องจากการถมคลองตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และในอนาคตทุกฝ่ายควรวางแนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหัวหินด้านทิศเหนืออย่างยั่งยืน ด้วยการดูแลบำรุงรักษาสภาพคลอง โดยเฉพาะการขออนุญาตถมดิน ผู้ที่จะดำเนินการดังกล่าวจะต้องยื่นเรื่องขออนุญาตจากเทศบาลหัวหินเพื่อให้ตรวจสอบ โดยขอหลักฐานเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาเทียบแนวคลองที่ขุดไว้ระบายน้ำลงทะเล

Advertisement

ทั้งนี้ นายจีรวัฒน์ พราหมณี รองปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่กองช่างตรวจสอบการขออนุญาตตาม พ.ร.บ.ขุดดินถมดิน บริเวณแนวคลองทั้ง 3 แห่งที่มีการถมคลอง หลังปี 2544 โดยเทียบกับแนวคลองตามแผนที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล